สทนช. เร่งระบายน้ำลุ่มน้ำท่าจีน ลดน้ำท่วมขังสุพรรณบุรี–นครปฐม
วันนี้ (22 ตุลาคม 2569) นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน ณ จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดนครปฐม ร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมประชุมหารือเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำและติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำตลอดลำน้ำท่าจีน โดยเฉพาะการควบคุมระดับน้ำและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีน้ำท่วมขัง รวมถึงพิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ตอนบนและตอนล่างอย่างเป็นระบบ
โดยที่ประชุมได้ติดตามภาพรวมสถานการณ์น้ำ ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองสาขา ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ ตลอดจนข้อจำกัดและอุปสรรคในการระบายน้ำ โดยเฉพาะบริเวณประตูระบายน้ำสำคัญและพื้นที่ที่มีน้ำล้นตลิ่ง พร้อมหารือแนวทางบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกันทั้งระบบ ตั้งแต่การควบคุมระดับน้ำ การปรับแผนระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำและคลองสาขา ไปจนถึงการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำเพิ่มเติม

จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในจุดสำคัญ ได้แก่ ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา อำเภอเมืองสุพรรณบุรี, ประตูระบายน้ำบางสาม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงบริเวณสะพานวัดบางไผ่นารถ และตลาดน้ำวัดลำพญา อำเภอบางเลน และตลาดท่านา อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อตรวจสอบระดับน้ำ สภาพการไหลของน้ำ และข้อจำกัดในการระบายน้ำในแต่ละพื้นที่ พร้อมรับฟังข้อมูลจากกรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง

ในการนี้ รองเลขาธิการ สทนช. ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยติดตามระดับน้ำเหนือและท้ายประตูระบายน้ำอย่างใกล้ชิด ควบคุมและปรับการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำในแม่น้ำและคลองสาขา พร้อมเร่งใช้เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำ เพื่อเร่งลดระดับน้ำและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังให้เร็วที่สุด ควบคู่กับการประสานจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สทนช. จะติดตามและประสานการบริหารจัดการน้ำร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้รับผลกระทบ ลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง และป้องกันไม่ให้สถานการณ์ขยายวงกว้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนให้มากที่สุด




