16 จว.และ กทม.ยังท่วม ปภ.ระดมทรัพยากรลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 16 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม ราชบุรี และสมุทรสงคราม รวมถึงกรุงเทพมหานคร รวม 60 อำเภอ 432 ตำบล 2,988 หมู่บ้าน 375,726 ครัวเรือน 1,131,401 คน (ข้อมูล ศอ.ปภ.เวลา 06.00 น.) ได้แก่
ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก พื้นที่ อ.บางระกำ 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 45 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.นครสวรรค์ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก รวม 4 ตำบล 37 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 517 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.อุทัยธานี 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.สว่างอารมณ์ รวม 11 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 240 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
ภาคตะวันออก จ.นครนายก 2 อำเภอ ได้แก่ อ.องครักษ์ อ.บ้านนา รวม 12 ตำบล 117 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,835 ครัวเรือน เสียชีวิต 6 ราย ระดับน้ำลดลง จ.ปราจีนบุรี 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ศรีมหาโพธิ อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ รวม 12 ตำบล 91 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,641 ครัวเรือน เสียชีวิต 26 ราย ระดับน้ำลดลง จ.ฉะเชิงเทรา 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.เมืองฯ อ.บางคล้า รวม 8 ตำบล 96 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,932 ครัวเรือน เสียชีวิต 8 ราย ระดับน้ำลดลง จ.ชลบุรี พื้นที่ อ.พนัสนิคม รวม 5 ตำบล 31 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 428 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
ภาคกลาง จ.ลพบุรี พื้นที่ อ.เมืองฯ รวม 2 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 142 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.สุพรรณบุรี 8 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองฯ อ.สามชุก อ.อู่ทอง อ.เดิมบางนางบวช รวม 66 ตำบล 519 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 24,619 ครัวเรือน เสียชีวิต 5 ราย ระดับน้ำลดลง จ.กาญจนบุรี 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.เมืองฯ อ.สังขละบุรี อ.ท่าม่วง อ.ศรีสวัสดิ์ อ.บ่อพลอย รวม 13 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 425 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง จ.อ่างทอง 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.เมืองฯ อ.วิเศษชัยชาญ รวม 29 ตำบล 142 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,367 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.พระนครศรีอยุธยา 11 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางปะหัน อ.ลาดบัวหลวง อ.อุทัย อ.บ้านแพรก อ.บางซ้าย รวม 153 ตำบล 1,026 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 66,825 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
จ.สมุทรปราการ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.บางเสาธง อ.บางบ่อ รวม 6 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,890 ครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย ระดับน้ำลดลง จ.นครปฐม 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บางเลน อ.สามพราน อ.นครชัยศรี รวม 49 ตำบล 385 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,058 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง จ.ราชบุรี 8 อำเภอ ได้แก่ อ.โพธาราม อ.เมืองฯ อ.ดำเนินสะดวก อ.บ้านโป่ง อ.วัดเพลง อ.จอมบึง อ.ปากท่อ อ.บางแพ รวม 26 ตำบล 170 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,689 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง จ.สมุทรสงคราม 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.อัมพวา อ.บางคนที รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,870 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
กรุงเทพมหานคร 2 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบัง เขตหนองจอก รวม 14 แขวง ประชาชนได้รับผลกระทบ 168,203 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำลดลง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งอธิบดี ปภ. ได้กำชับสำนักงาน ปภ. จังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต ในพื้นที่ประสบภัยให้ความช่วยเหลือประชาชน พื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ และดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลสถานการณ์อุทกภัยข้างต้น มีจำนวนผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 64 ราย โดยมีรายละเอียดแยกตามรายจังหวัด จ.ปราจีนบุรี 26 ราย, จ.สมุทรปราการ 9 ราย,จ.ฉะเชิงเทรา 8 ราย,จ.นครนายก 6 ราย,จ.สุพรรณบุรี 5 ราย,กรุงเทพมหานคร 4 ราย,จ.กาญจนบุรี 2 ราย,จ.สมุทรสงคราม 2 ราย,จ.พระนครศรีอยุธยา 1 ราย และจ.ราชบุรี 1 ราย



