ปภ.ประสาน 54 จว.และ กทม.เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก 24-28 ต.ค. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และลมกระโชกแรง
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยมได้มีประกาศฉบับที่ 1 (273/2569) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคม แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคม บริเวณภาคใต้ จะมีฝนตกต่อเนื่อง มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 25-27 ตุลาคม บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย ในขณะที่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคมแยกเป็น
ภาคเหนือ จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และบุรีรัมย์
ภาคกลาง จำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เพชรบุรี ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ
ภาคใต้ จำนวน 12 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานแจ้ง 54 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ โดยติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน สถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้จัดทีมปฏิบัติการ พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนทันที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง พื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัยให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่ พร้อมให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นให้พร้อมรับรองผู้อพยพเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย



