แรงงานค้านขยายอายุรับเงินชราภาพ ผู้ประกันตน จากอายุ 55 เป็น 60 ปี

2.07.17 | 17:13 น.

วันที่ 2 กรกฎาคม นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่ากการกระทรวง มีแนวคิดการขยายระยะเวลาการรับเงินชราภาพของผู้ประกันตนจากอายุ 55 ปี เป็น 60 ปีและในอนาคตผู้ประกันตนจะสามารถอยู่ในระบบได้จนถึงอายุ 60 ปี ว่า แนวคิดดังกล่าว ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ประกันตน เป็นนโยบายที่คิดกันเองโดยขาดการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนและองค์การของแรงงาน คสรท. โดยองค์กรสมาชิกได้ประชุมกันและ มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย นี้ โดยมีเหตุผลดังนี้คือ 1.สิทธิการรับเงินชราภาพเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นและรับรู้กันนับตั้งแต่วันเข้าสู่ระบบประกันสังคม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นการลิดรอนสิทธิ หากมองในมติแรงงานสัมพันธ์ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณ 2.คำกล่าวที่ว่าจะสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้กับแรงงานในส่วนของผู้ประกันตน ด้วยการขยายระยะเวลาการรับเงินชราภาพของผู้ประกันตนจากอายุ 55 ปี เป็น 60 ปี และในอนาคตผู้ประกันตนจะสามารถอยู่ในระบบได้จนถึงอายุ 60 นั้น เป็นประเด็นที่ต่างกัน คือ เมื่อสิทธิเกิดก็ต้องได้รับเงินชราภาพตามสิทธิเมื่ออายุครบ 55 ปี ส่วนการจะทำงานต่อไปจนอายุ 60 ปี หรือมากกว่านั้นเป็นเรื่องที่นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกัน หรือจะเป็นการแก้กฎหมายให้เกษียณอายุ 60 และให้อยู่ในระบบประกันสังคมต่อไปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

นายชาลี กล่าวว่า 3.การกล่าวอ้างว่าหากไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขจะทำให้กองทุนประกันสังคมหมดไปนั้น สะท้อนถึงการไม่มีวิสัยทัศน์ของการบริหารจัดการ ขาดการวางแผนงานที่ดี ซึ่งคนเข้ามาบริหารก็ย่อมทราบดีว่ารายรับ รายจ่ายของระบบประกันสังคมจะเป็นอย่างไรซึ่งควรวิเคราะห์และกำหนดกฎเกณฑ์ตั้งแต่ต้นไม่ใช่มาเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ และเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์และจุดยืนต่อการปฏิรูประบบประกันสังคมทั้งระบบ ซึ่งได้เคยนำเสนอต่อรัฐบาลและสำนักงานประกันสังคมไปแล้วหลายครั้ง
“จึงขอให้รัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ยุติการดำเนินการขยายการรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนชราภาพจากอายุ 55 เป็น 60 ปี และนำข้อเสนอต่างๆไปพิจารณาโดยให้ผู้ประกันตนและภาคส่วนต่างๆได้มีส่วนร่วมตามหลักธรรมาภิบาล เพราะเงินประกันสังคมเป็นเงินที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงาน จากรายได้จากการขายแรงของพี่น้องแรงงานทุกคน อย่าปล่อยให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลิดรอนสิทธิ กระทำการใดๆไปเพียงลำพังแต่ฝ่ายเดียวโดยไม่ฟังเสียงของผู้ประกันตน “นายชาลี กล่าว