“รับเงินแล้วทำไมไม่ไป”! ลุงเล็ก ป้อมมหากาฬ ลุกแจงกลางที่ประชุม-กทม.รับเสียใจ สุดท้ายเอ่ย‘ขอโทษ’(คลิป)

2.07.17 | 17:43 น.

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กทม. มีการประชุมกรณีชุมชนป้อมมหากาฬที่ยืดเยื้อมานาน 25 ปี โดยคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ได้แก่ 1. ฝ่ายกทม. นำโดยนายยุทธพันธุ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่ากทม. 2. ฝ่ายทหาร นำโดยพันโทโชคดี อัมพรดิษฐ์ ผู้บังคับการกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ 3. ฝ่ายชุมชนและนักวิชาการ
ในช่วงเช้า เป็นการทบทวนและรับรองผลการประชุมรวมถึงผลการลงพื้นที่ชุมชน บรรยากาศในครั้งนี้มีชาวบ้านเข้าร่วมประชุมจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ในส่วนของนักวิชาการมีทั้งคณาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ม.รังสิต, ม.ศิลปากร, อนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเกาะกรุงรัตนโกสินทร์, คณะผู้แทนจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์, นักวิชาการอิสระ รวมถึงอดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เป็นต้น

ในช่วงบ่ายเป็นการพิจารณาคุณค่าบ้านไม้โบราณเรือนไทยอิทธิพลตะวันตก สมัยรัชกาลที 5-7 จำนวน 13 หลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการประชุม ได้มีการกล่าวถึงประเด็นที่สังคมตั้งคำถามว่า เหตุใดชาวบ้านไม่ยอมย้ายออกจากชุมชนทั้งที่รับเงินชดเชยแล้วนั้น นางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริบทสังคมแตกต่างจากในขณะนี้ โดยชาวบ้านไม่ทราบว่ามีทางออกอื่นนอกเหนือจากการรับเงินแล้วย้ายออก ซึ่งในภายหลังทราบว่าที่ดินที่ทางภาครัฐจัดหาให้ย้ายไปนั้น ไม่สามารถอยู่อาศัยได้จริง สำหรับการนำเสนอข้อมูลในการประชุม ตนยืนยันว่าไม่ใช่การ ‘ถูลู่ถูกัง’ แต่ค่าของ ‘ความเป็นคน’ สำคัญกว่าสถาปัตยกรรม

‘ลุงเล็ก’ สมบูรณ์ พวงไชโย ชาวบ้านในชุมชนซึ่งเดินทางมาร่วมประชุมลุกขึ้นเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครั้งมีการเวนคืนที่ดินว่า ตนยอมรับว่ารับเงินไปแล้ว 75 เปอร์เซ็นต์ และยังเดินทางไปดูที่ดินซึ่งทางภาครัฐจัดเสนอให้ โดยในการเดินทางแต่ละครั้งตนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปกลับประมาณ 600 บาทต่อครั้ง อีกทั้งเสียเวลาเกือบทั้งวัน ทำให้เสียโอกาสในการค้าขาย สูญเสียรายได้ แต่ตนก็เดินทางไป ซ้ำยังเลือกที่ดินไว้แล้ว เพราะเห็นแล้วชอบเนื่องจากติดคลอง จึงทำการจอง แต่กลับเกิดปัญหาในภายหลัง

นายยุทธพันธุ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าราชการกทม. กล่าวว่า ตนเข้าใจความเจ็บปวดของชาวบ้าน และเสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น จึงขอโทษกับเรื่องในอดีต อย่างไรก็ตาม ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

Advertisement

นางสุดจิต เศวตจินดา สนั่นไหว อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า ยังมีประเด็นเรื่องที่ดินอีก 1 แห่งที่ภาครัฐเคยจัดหาสำหรับอยู่อาศัยแทน แต่ชาวบ้านปฏิเสธ เนื่องจากเมื่อเดินทางไปดูสถานที่จริงพบว่ามีคนอยู่อาศัย หากชาวบ้านรับว่าจะย้ายไปอยู่ คนอาศัยเดิมต้องถูกไล่รื้อออกไป จึงเกิดความเห็นใจเพราะประสบปัญหาเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนางสุดจิตกล่าวถึงข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครได้ชี้แจงว่าที่ดินตามที่กล่าวถึง ไม่มีผู้อยู่อาศัยแต่อย่างใด