อนุกก.กรุงฯ เผยแล้ว คำแถลงคุณค่า ‘ป้อมมหากาฬ’ นักวิชาการรับใจเอนเอียงแต่ข้อมูลไม่ใช่เรื่องความรู้สึก
เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กทม. มีการประชุมกรณีชุมชนป้อมมหากาฬที่ยืดเยื้อมานาน 25 ปี โดยคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ได้แก่ 1. ฝ่ายกทม. นำโดยนายยุทธพันธุ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่ากทม. 2. ฝ่ายทหาร นำโดยพันโทโชคดี อัมพรดิษฐ์ ผู้บังคับการกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ 3. ฝ่ายชุมชนและนักวิชาการ
ในช่วงเช้า เป็นการทบทวนและรับรองผลการประชุมรวมถึงผลการลงพื้นที่ชุมชน บรรยากาศในครั้งนี้มีชาวบ้านเข้าร่วมประชุมจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ในส่วนของนักวิชาการมีทั้งคณาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ม.รังสิต, ม.ศิลปากร , คณะผู้แทนจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์, นักวิชาการอิสระ รวมถึงอดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
ในช่วงบ่ายเป็นการพิจารณาคุณค่าบ้านไม้โบราณเรือนไทยอิทธิพลตะวันตก สมัยรัชกาลที 5-7 จำนวน 13 หลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการประชุม นายยงธนิศร์ พิมลเสถียร ในฐานะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ กล่าวสรุป ‘คำแถลงคุณค่าชุมชนป้อมมหากาฬ’ ดังนี้
1.พื้นที่ตรงนี้เป็นหลักฐานโครงสร้างการป้องกันพระนครที่สมบูรณ์ ทั้งป้อม กำแพง คูเมือง
2. พื้นที่ตรงนี้เป็นแบบอย่างที่เหลืออยู่น้อย
3. เป็นอาคารที่พักอาศัยที่สะท้อนสถาปัตยกรรมมพื้นถิ่น
4. พื้นที่ตรงนี้ แสดงถึงการแหล่งการผลิตของชุมชนในกรุงเทพฯ ที่อาจมีความสัมพันธ์กับการปฏิวัติอุตสาหกรรมการผลิตที่ตอบสนองต่อสังคม
นายยงธนิศร์ ยังระบุถึงการดำเนินการซึ่งจะประกอบด้วย 1.รักษาและฟื้นฟูองค์ประกอบ ป้อม กำแพง ท่าน้ำ คลอง 2. รักษาทางเดินเส้นทางที่สัมพันธ์กัน 3.รักษาองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดองค์ประกอบของชุมชนชานพระนคร 4. รักษากิจกรรมงานฝีมือและกิจกรรมที่ก่อให้ท้่ก่อให้แหล่งเรียนรู้และการท่องเที่ยว
นางสุดจิต เศวตจินดา สนั่นไหว อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า ตนยอมรับว่านักวิชาการอาจมีใจเอนเอียง แต่ข้อมูลไม่ใช่เรื่องความรู้สึก ทว่า เป็นข้อเท็จจริงที่ใช้สำหรับการประกอบการพิจารณา ขอให้บันทึกทุกอย่างไว้


