เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 8/2569
นายชัชชาติ กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และบุคลากรทุกสำนักและทุกเขตที่ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่จนผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมมาได้ แม้สถานการณ์จะยังไม่คลี่คลายทั้งหมดก็ตาม ทั้งนี้ รูปแบบการทำงานร่วมกันแบบ ‘เขตบัดดี้’ ในการช่วยเหลือเก็บกวาดขยะและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ถือเป็นรูปแบบการทำงานที่มีประโยชน์และเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำไปปรับใช้ต่อเนื่องในอนาคต
“ฝาก ผอ.เขตว่านี่คือบทเรียนสำคัญที่เราจะต้องนำไปพัฒนาต่อไป ว่าจะปรับปรุงเรื่องนี้ในอนาคตอย่างไร อยากจะให้พวกเราเอาบทเรียนนี้ที่เกิดขึ้น เพราะจริงๆแล้วในช่วงชีวิตเราอาจจะไม่เคยเจออย่างนี้ ในใจผมถ้ามองปีนี้ผมเชื่อว่าในภาพรวม ไม่พูดถึงคนที่โดนน้ำท่วมนะ ผมว่าเราทำได้ดีกับปริมาณฝนขนาดนี้ และคนที่กระทบจริงๆประมาณ 20 % สิ่งที่ทำก็ยังดีกว่าสิ่งที่คาดไว้เยอะ เพราะจำได้วันที่ฝนตกหนักๆ ผมยังคิดว่ามันจะท่วมหมดทั้งกรุงเทพเลยไหม เพราะว่าฝนตกแบบ 200 มิลลิเมตรทั้งกรุงเทพ ถือว่าระบบที่เราทำไว้ต่างๆก็ทำให้เราเอาพื้นที่ส่วนใหญ่รอดจากน้ำท่วมได้” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ผู้อำนวยการเขตต้องสร้างเครือข่ายการสื่อสารผ่านไลน์กลุ่มหรือช่องทางเชื่อมโยงข้อมูลกับประธานชุมชน นิติบุคคลอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) และหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่ เนื่องจากประชาชนกว่าร้อยละ 40 อาศัยอยู่ในชุมชน ส่วนที่เหลืออาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม จึงต้องพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารให้ครอบคลุมและละเอียดมากยิ่งขึ้น
ประเด็นถัดมาคือการปรับปรุงแผนศูนย์อพยพหนีภัย โดยนำบทเรียนจากกรณีศูนย์อพยพเขตลาดกระบังที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมหนักจนเข้าถึงได้ยาก มาปรับปรุงการกระจายศูนย์อพยพให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้ศูนย์อพยพกลายเป็นพื้นที่ประสบภัยเสียเอง โดยต้องพิจารณาองค์ประกอบภายในศูนย์ให้ครบถ้วน ทั้งห้องน้ำ แพทย์ พยาบาล การตั้งศูนย์บัญชาการย่อยหน้างาน และเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน

รวมถึงจัดทำข้อมูลหน่วยงานและทรัพยากรในพื้นที่ เช่น มูลนิธิ เครื่องจักรกลหนัก เครื่องสูบน้ำ เรือ หรือเจ็ตสกี เพื่อให้สามารถระดมความช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชนได้ทันทีในภาวะฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน ต้องเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในการดูแลกลุ่มเปราะบางกว่า 17,000 คนในกรุงเทพฯ
สำหรับแผนปฏิบัติการต่อจากนี้ นายชัชชาติสั่งการให้ ผอ.เขตเร่งสำรวจพื้นที่ 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. พื้นที่สาธารณะ เช่น ถนน ตรอก ซอย สถานที่ราชการ โรงเรียน และโรงพยาบาล ที่มีน้ำท่วมขังหรือได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนัก เพื่อรวบรวมข้อมูลจัดทำฐานข้อมูล Risk Map ชุดใหม่ และ
2. พื้นที่เอกชนหรือหมู่บ้านจัดสรรที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมปานกลางถึงหนัก เพื่อให้คำแนะนำในการปรับปรุงคันกั้นน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รวมถึงพิจารณาแนวทางสนับสนุนงบประมาณจาก กทม. ในแต่ละชุมชนเพื่อลงทุนในมาตรการป้องกันน้ำท่วม นอกจากนี้ ให้สำรวจถนนที่ชำรุดเสียหายและมีประชาชนสัญจรจำนวนมาก เพื่อเร่งซ่อมแซมความเสียหายหลังน้ำท่วม

ในส่วนของมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติได้กำชับให้ ผอ.เขตและเจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความรวดเร็ว ควบคู่กับความถูกต้องรอบคอบ โดยใช้แบบตรวจสอบและหลักฐานประกอบอย่างครบถ้วน เพื่อพิจารณากลั่นกรองกรณีที่มีความซับซ้อน เช่น บ้านเช่า หรือการซ่อมแซมบ้านเรือน ซึ่งต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อย่างเคร่งครัด ปัจจุบัน กทม. ใช้งบประมาณของ กทม. ช่วยเหลือประชาชนไปแล้วกว่า 372 ล้านบาท และเตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้วางระบบการสื่อสารและแจ้งเตือนภัยในภาวะวิกฤต โดยมีแนวทางปฏิบัติในภาพรวมคือสำนักต้นทางที่รับผิดชอบภัยแต่ละประเภท จะส่งข้อมูลเหตุการณ์มายังสำนักงานประชาสัมพันธ์ เพื่อทำการเผยแพร่กระจายข่าวไปยังสำนักงานเขต สื่อมวลชน และประชาชน และในกรณีเกิดวิกฤตฉุกเฉินเร่งด่วน สำนักงานเขตสามารถดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอส่วนกลางได้




