หน้าแรก ในประเทศ บิ๊กราญ สั่งต...

บิ๊กราญ สั่งตัดวงจร พ่อไทยทิพย์ พบเพิ่มอีก 24 ราย สอบรพ.รัฐ-เอกชน-น.ศ.แพทย์ มีเอี่ยว

27.10.26 | 11:54 น.

บิ๊กราญ สั่งการ “พล.ต.ท.นพศิลป์” นำกำลัง ตำรวจ ปกครอง DOPA N.I.C.E. บุกทลายเครือข่าย ตัดวงจร พ่อไทยทิพย์ รวม 46 หมายจับ ตรวจสอบโรงพยาบาลรัฐ – เอกชน มีเอี่ยว

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. ในฐานะโฆษก สตม. สนธิกำลังตำรวจ ตม. ตำรวจกองกำกับการสืบสวนนครบาล 8 (กก.สส.บก.น.8) กรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. บุกทลาย “ตัดบทขบวนการพ่อไทยทิพย์” ออกหมายจับผู้กระทำความผิดจำนวน 46 หมาย แบ่งเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ, เจ้าหน้าที่ รพ.ที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มมารดาคนต่างด้าว กลุ่มบิดาคนไทยทิพย์ กลุ่มบิดาที่แท้จริงของเด็ก (ต่างด้าว) และกลุ่มกุมารทิพย์

พล.ต.ท.นพศิลป์เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดย พล.ต.อ.สำราญ บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน กรมการปกครอง โดยชุด DOPA N.I.C.E. ขยายผลขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร กรณีใช้ชายไทยรับรองเป็นบิดาให้บุตรของคนต่างด้าว เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยพบว่ามีการแจ้งเกิดเท็จผ่านโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง และมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้า เฟส 1 ตรวจพบเด็ก 3 ราย จับผู้เกี่ยวข้องได้ 6 คน และเฟส 2 ขยายผลพบเด็กอีก 22 ราย จับผู้ต้องหาได้ 36 คน สำหรับการเข้าทลายเครือข่ายในครั้งนี้เข้าสู่เฟส 3 พบเด็กที่ต้องตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับสถานะสัญชาติรวม 24 ราย เชื่อมโยงโรงพยาบาล 8 แห่ง


เจ้าหน้าที่เก็บ DNA ของเด็กทั้ง 24 ราย เปรียบเทียบกับบิดาไทยที่มีชื่อในสูติบัตร มารดา และบุคคลที่เชื่อว่าเป็นบิดาที่แท้จริง ผลตรวจพบว่าชายไทยที่มีชื่อเป็นบิดา ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเด็กทั้งหมด พนักงานสอบสวนจึงขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 46 หมาย ครอบคลุมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล มารดาต่างด้าว พ่อไทยทิพย์ บิดาต่างด้าวที่แท้จริง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิทางทะเบียนโดยมิชอบ

พล.ต.ท.นพศิลป์กล่าวว่า หนึ่งในคดีสำคัญของการบุกทลายเครือข่ายในครั้งนี้ คือ เคสนายทวีศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ตามสูติบัตรระบุ นายวันชัย (สงวนสนามกุล) เป็นบิดา และนางวุ้นหลี ชาวจีน เป็นมารดา แต่ผลตรวจ DNA พบว่า บิดาที่แท้จริงคือ Mr.Chen Tonggen และกระบวนการสวมสิทธิดังกล่าวส่งผลให้ ในปัจจุบันนายทวีศักดิ์จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ปัจจุบันทำงานบริษัทสายไฟฟ้าใน จ.สมุทรปราการ รายได้ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่บ้านพักเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ โดยพบ Mr.Chen และนางวุ้นหลี อยู่ด้วยกันในลักษณะครอบครัว ขณะที่นายวันชัยให้ข้อมูลว่า เมื่อ 27 ปีก่อน มีผู้มาติดต่อให้จดทะเบียนสมรสกับนางวุ้นหลี เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ โดยได้รับค่าตอบแทน 5,000 บาท

Advertisement

สำหรับเคสต่อมานายสุทธิภัทรและนายสุทธินัย ฝาแฝดอายุ 23 ปี ตามสูติบัตรระบุ นายโกมนต์ (สงวนนามสกุล) เป็นบิดา และนางหรรษมน (สงวนนามสกุล) เป็นมารดา แต่ผลตรวจ DNA ยืนยันว่านายโกมนต์ไม่ใช่บิดาที่แท้จริงของทั้งสองคน ตรวจสอบพบว่านายสุทธิภัทรกำลังศึกษาแพทยศาสตร์ชั้นปีที่ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ถูกจับกุมขณะฝึกงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอำเภอศรีราช จ.ชลบุรี ส่วนนายสุทธินัย จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง ปัจจุบันทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ รายได้ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน ถูกจับกุมที่คอนโดในย่านกรุงธนบุรี ขณะที่นายโกมนต์ ปัจจุบันถูกจำคุกในคดียาเสพติด และมีกำหนดพ้นโทษวันที่ 27 สิงหาคม 2580

ส่วน นางหรรษมน เดิมชื่อ ซูเจียน ถูกจับกุมในความผิดตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชนฯ จากการเป็นผู้รับรองการทำบัตรให้บุตรทั้งสอง โดยข้อมูลการสืบสวนระบุว่า นอกจากใช้ “พ่อไทยทิพย์” เพื่อให้บุตรฝาแฝดได้สัญชาติไทยแล้ว ยังมีประเด็นการได้สัญชาติไทยของตนเองจากการสมรสกับคนไทย ก่อนหย่าภายหลังได้รับสัญชาติ ซึ่งอยู่ในลักษณะที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป

และเคสสุดท้าย ด.ช.อาทิตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 7 ขวบ และ ด.ช.หุ้ยโหย่ว (สงวนนามสกุล) อายุ 3 ขวบ ทั้งสองมีมารดาคือ Miss Yanfang (สงวนนามสกุล) แต่มีชื่อบิดาในสูติบัตรต่างกัน โดย ด.ช.อาทิตย์ ระบุนายสมเกียรติ ส่วน ด.ช.หุ้ยโหย่ว ระบุนายหยิงเป่า ขณะที่ผลตรวจ DNA ยืนยันว่า Mr.Zhang Renqi เป็นบิดาที่แท้จริงของ ด.ช.อาทิตย์

โดยนายสมเกียรติ อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างจดทะเบียน 5,000 บาท ส่วน นายหยิงเป่าเป็นเจ้าของธุรกิจโรงงานผลิตเครื่องจักรและบริษัทอื่นรวม 10 แห่ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังจับกุม Mr.Zhang ขณะอยู่กับเด็กทั้งสองที่บ้านพักใน จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่อยู่จดทะเบียนบริษัท หมิงหยาง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยมี Miss Yanfang เป็นผู้ถือหุ้นซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบว่าเข้าข่ายบริษัทนอมินีหรือไม่

พล.ต.ท.นพศิลป์กล่าวอีกว่า สำหรับเด็กทั้ง 24 ราย จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและแก้ไขสถานะทางทะเบียนตามกฎหมาย หากพบว่าได้สัญชาติไทยมาโดยมิชอบจะดำเนินการยกเลิกเอกสารและสถานะที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน โดยหน่วยงานรัฐจะพิจารณาควบคู่กับสิทธิและประโยชน์สูงสุดของเด็ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่า การขยายผลครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงจับ “พ่อไทยทิพย์” แต่จะสาวต่อถึงผู้จัดหา นายหน้า ผู้รับรอง เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้ระบบทะเบียนราษฎรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิและหลีกเลี่ยงกฎหมาย