หน้าแรก ในประเทศ เจดีย์กลางน้ำ...

เจดีย์กลางน้ำ อัญมณีป่าชายเลนเมืองระยอง

27.10.26 | 13:07 น.

เจดีย์กลางน้ำ อัญมณีป่าชายเลนเมืองระยอง

เจดีย์แห่งนี้ไม่ได้ตั้งอยู่กลางวัดที่เคยคุ้นตา แต่ตั้งอยู่กลางป่าชายเลน แห่งเดียวในประเทศไทย


ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ป่าชายเลนที่เห็นอยู่นี้ ยังอยู่ใจกลางเมืองระยอง ที่กำลังเติบโตทั้งในรูปแบบเมืองท่องเที่ยวและเมืองอุตสาหกรรม

ป่าผืนนี้อยู่รอดมาได้อย่างไร และเจดีย์กลางน้ำสำคัญกับเมืองระยองแค่ไหน เราไปฟังคำตอบกัน

ประฐมพงษ์ พัดสอน ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล จังหวัดระยอง กล่าวว่า ป่าชายเลนผืนนี้นะครับ ทางคนจังหวัดระยองเราเรียกว่าป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำครับ ซึ่งอยู่บริเวณตำบลปากน้ำระยอง จังหวัดระยองครับ ซึ่งมีเนื้อที่อยู่ประมาณ 500 ไร่ เป็นป่าที่เป็นป่าดั้งเดิมที่อยู่กับชุมชนมาอย่างยาวนาน ซึ่งทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) เอง เราก็ได้มีการพัฒนาประกาศให้เป็นพื้นที่ป่าในเมือง ในช่วงปี 2560 เพื่อจะได้ให้เป็นปอดของคนระยองที่เข้ามาสามารถเดินสูดอากาศ วิ่ง ผ่อนคลาย แล้วก็ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ป่าชายเลน ในพื้นที่จังหวัดระยอง

Advertisement

ประฐมพงษ์ พัดสอน

และที่สำคัญนั่นคือการมีการบูรณาการร่วมกันในความร่วมมือกับหน่วยงานทุกๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ภาคเอกชนในพื้นที่เอง และที่สำคัญคือประชาชนเป็นภาคีเครือข่ายที่จะสามารถช่วยในการปกป้องและฟื้นฟู รวมถึงการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณผืนนี้ และสร้างเป็นความมั่นคงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นปอดของคนระยองที่แท้จริง

“ที่ของเรา ไม่เหมือนป่าชายเลนทั่วไป อย่างของจันท์ ของตราด 100 ไร่ของเขาก็จะเป็นต้นโกงกางใบใหญ่ล้วนๆ หรือโกงกางใบเล็กล้วนๆ หรือโปรง หรือฝาด ล้วนๆ ของเราเนี่ย มันเป็นพื้นที่เล็กน้อยและหลากหลาย และก็การพัฒนาของคนในยุคก่อนๆ ที่ปลูกต้นไม้เสริมเนี่ย ก็จะปลูกหลายๆ อย่าง ที่นี่เลยเป็นสังคมพืช/ซึ่งจะไม่เหมือนป่าชายเลนที่ไหนในประเทศไทย และก็เป็นแหล่งรองรับน้ำเสียชั้นดี ของเมืองระยอง ” ประฐมพงษ์ กล่าว

ในแง่ของชาวบ้านเอง มาช่วยกันดูแลพื้นที่ผืนป่าตรงนี้ เราดูแลในรูปแบบไหน อย่างไรบ้างคะ

ประฐมพงษ์ บอกว่า เมื่อก่อนเราก็ดูแลเหมือนกัน แต่ว่าเราไม่ได้ลึกขนาดนี้ คือเราแค่มาดูว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นป่าที่มันค่อนข้างจะเสื่อมโทรมแล้ว เริ่มมีวัชพืชเข้ามา ต้นไม้โตขึ้นแต่ก็มีบางส่วนที่ไม่เคยเข้าไปถึงเลย เราไม่เคยรู้เลยว่าข้างในนี้มันเปลี่ยนแปลงอะไร พอเข้ามาอีกทีหนึ่ง มันก็เสื่อมโทรมไปบ้างแล้วก็มีต้นไม้ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ

“เราต้องวางแผนก่อนว่าป่าตรงนี้ เราจะต้องทำอะไรก่อน ก็เริ่มจากรอบๆ จึงได้พบปัญหา ก็ต้องมานั่งคุยกัน ว่าเราจะต้องแก้ไขอย่างไรในป่าตรงนี้เราจะต้องทำอะไร ราคุยกันเกือบทุกเดือนหนึ่งหลายรอบเนาะ การที่เราเปิดแต่ละครั้ง และก็คุยกันว่าเราต้องทำอะไร การฟื้นฟูเราต้องทำอะไรบ้าง ต้องเปิดดินเปิดป่า ต้องตัดต้นไม้

กนกกร จำปาทอง ประธานกลุ่มอนุรักษ์ฟื้นฟู แม่น้ำระยองและป่าขายเลน กล่าวว่า 20 ปีที่เราเริ่มต้นดูแลป่า เพราะว่าเราเป็นป่าที่อยู่หลังบ้านเรา ป่าที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งทางฝั่งเจดีย์ก็เป็นป่าที่สมบูรณ์แล้ว และต่อมาพอมีการมาตั้งกลุ่มป่าตรงนี้ที่แยกมาเป็น 100 ไร่ เราก็เข้ามาดูแลฟื้นฟูทำให้ป่าตรงนี้อยากให้กลับไปอยู่ในสภาพที่สมัยก่อนดินเป็นยังไง เลนเป็นยังไง

ตอนนี้เราภูมิใจที่ว่าเราได้ป่าของเรากลับคืนมาหมด ตรงไหนที่มีการจะบุกรุกตรงนู้นตรงนี้พวกเราเนี่ยเป็นลาดตระเวนหมดเลย พวกเราเไปกันเองเดินไปนะ เราไม่ได้มีเครื่องมือ ไม่มีเรือ เราก็เดินไปดูตรงนี้ อ้าว ฝังเสาลงมาเราก็แจ้ง นี่ล่ะค่ะ เราก็ได้ทุกที่กลับมา เพราะว่าหน่วยงานเนี่ยเขาเป็นผู้ติดตาม พอเราแจ้งไปทางนี้เขาก็ไปจัดการเอาคืนให้เรา เราก็เอ่อ ภูมิใจตรงที่ว่าเราได้ช่วยร่วมรักษา ผืนป่าของเราให้อยู่ในสภาพที่ว่า ไม่หายไปไหน ภูมิใจมากค่ะ

 

อูฐ เชาวน์ทวี นักวิชาการ ผู้ร่วมดูแลป่าชุมชน บอกว่า ที่ของเรา ไม่เหมือนป่าชายเลนทั่วไป อย่างของจันทบุรี ของตราด 100 ไร่ของเขาก็จะเป็นต้นโกงกางใบใหญ่ล้วนๆ หรือโกงกางใบเล็กล้วนๆ หรือโปรง หรือฝาด ล้วนๆ ของเราเนี่ย มันเป็นพื้นที่เล็กน้อยและหลากหลาย และก็การพัฒนาของคนในยุคก่อนๆ ที่ปลูกต้นไม้เสริมเนี่ย ก็จะปลูกหลายๆ อย่าง ที่นี่เลยเป็นสังคมพืช/ซึ่งจะไม่เหมือนป่าชายเลนที่ไหนในประเทศไทย และก็เป็นแหล่งรองรับน้ำเสียชั้นดี ของเมืองระยอง

ในแง่ของชาวบ้านเอง มาช่วยกันดูแลพื้นที่ผืนป่าตรงนี้ เราดูแลในรูปแบบไหน อย่างไรบ้างคะ

อูฐ บอกว่า เมื่อก่อนเราก็ดูแลเหมือนกัน แต่ว่าเราไม่ได้ลึกขนาดนี้ คือเราแค่มาดูว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นป่าที่มันค่อนข้างจะเสื่อมโทรมแล้ว เริ่มมีวัชพืชเข้ามา ต้นไม้โตขึ้นแต่ก็มีบางส่วนที่ไม่เคยเข้าไปถึงเลย เราไม่เคยรู้เลยว่าข้างในนี้มันเปลี่ยนแปลงอะไร พอเข้ามาอีกทีหนึ่ง มันก็เสื่อมโทรมไปบ้างแล้วก็มีต้นไม้ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ

เราต้องวางแผนก่อนว่าป่าตรงนี้ เราจะต้องทำอะไรก่อน ก็เริ่มจากรอบๆ ก่อน จึงได้พบปัญหา ก็ต้องมานั่งคุยกัน ว่าเราจะต้องแก้ไขอย่างไรในป่าตรงนี้เราจะต้องทำอะไรเราคุยกันเกือบทุกเดือนหนึ่งหลายรอบ การที่เราเปิดแต่ละครั้ง และก็คุยกันว่าเราต้องทำอะไร การฟื้นฟูเราต้องทำอะไรบ้าง ต้องเปิดดินเปิดป่า ต้องตัดต้นไม้

กนกกร จำปาทอง ประธานกลุ่มอนุรักษ์ฟื้นฟู แม่น้ำระยองและป่าขายเลน 20 ปีที่เราเริ่มต้นดูแลป่า เพราะว่าเราเป็นป่าที่อยู่หลังบ้านเรา ป่าที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งทางฝั่งเจดีย์ก็เป็นป่าที่สมบูรณ์แล้ว และต่อมาพอมีการมาตั้งกลุ่มป่าตรงนี้ที่แยกมาเป็น 100 ไร่ เราก็เข้ามาดูแลฟื้นฟูทำให้ป่าตรงนี้อยากให้กลับไปอยู่ในสภาพที่สมัยก่อนดินเป็นยังไง เลนเป็นยังไง ตอนนี้เราภูมิใจที่ว่าเราได้ป่าของเรากลับคืนมาหมด ตรงไหนที่มีการจะบุกรุกตรงนู้นตรงนี้พวกเราเนี่ยเป็นลาดตระเวนหมดเลย พวกเราไปกันเองเดินไปนะ เราไม่ได้มีเครื่องมือ ไม่มีเรือ เราก็เดินไปดูตรงนี้ อ้าว ฝังเสาลงมาเราก็แจ้ง นี่ล่ะค่ะ เราก็ได้ทุกที่กลับมา เพราะว่าหน่วยงานเนี่ยเขาเป็นผู้ติดตาม พอเราแจ้งไปทางนี้เขาก็ไปจัดการเอาคืนให้เรา เราก็เอ่อ ภูมิใจตรงที่ว่าเราได้ช่วยร่วมรักษา ผืนป่าของเราให้อยู่ในสภาพที่ว่า ไม่หายไปไหน ภูมิใจมากค่ะ

อูฐ กล่าวว่า เราอยากผลักดันชาวบ้านหรือว่าประชาชนบริเวณนี้ให้เขาหวงแหนพื้นที่ ได้รักพื้นที่ของตัวเอง อย่างตัวผม บ้านผมก็อยู่ห่างจากนี้ประมาณ 700 เมตร ก็คือเป็นคนในพื้นที่เหมือนกัน แต่เราโชคดีว่าเราได้ทำงานในพื้นที่ของตัวเอง เราก็เลยมีทำงานร่วม สามารถประสานต่อกับกลุ่มต่างๆ ได้

กนกกร เสริมว่า เมื่อก่อนนี้มันไม่ได้เป็นแบบนี้เลยนะ ข้างในที่เห็น เดินออกมาไม่ได้เลย เข้ามาแล้วมันเพลิน มันสนุกดี ก็ได้เรียนรู้ไม้ต้นนั้นต้นนี้มันเป็นอย่างไร ต้นที่ไม่รู้จักก็รู้จัก ต้องขอบคุณทช.ที่ให้โอกาสพวกเราเข้ามาทำ ก็เลยมีทุกวันนี้ เหมือนพี่น้องกัน

การอนุรักษ์ธรรมชาติอาจไม่จำเป็นต้องพาเราออกจากเมือง แต่อาจเริ่มจากการทำให้คนในเมืองได้เห็น ได้รู้จัก และได้รักธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัว เช่นเดียวกับผู้คนที่ร่วมกันดูแลทรัพยากรทะเลและชายฝั่งแห่งนี้ให้คงอยู่ต่อไป