เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม จากกรณีมีการเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์ในเพจของ Anti Sotus หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความว่า น้องสาวประเภทสองถูกรุ่นพี่รับน้องด้วยการให้ถอดเสื้อต่อหน้าเพื่อนผู้ชายทำให้ต้องร้องไห้ขณะที่รุ่นพี่กับขำ สร้างความอับอายและสร้างความสะเทือนใจกับรุ่นน้องรายนี้เป็นอย่างมาก ก่อนที่จะมีการเปิดเผยว่า สาวประเภทสองคนดังกล่าว คือ น้องเอมมี่ (นามสมมุติ) เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคิรีขันธ์
น้องเอมมี่เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นวันรับน้องวันสุดท้ายของสาขาที่เรียนที่มีการรับน้องต่อเนื่องรวม 9 วัน ในวันดังกล่าวมีนักศึกษา 2 ห้อง รวม 69 คน ต้องทำกิจกรรมรับน้องที่หน้าตึกสาขาที่เรียน โดยวันดังกล่าวตนสวมเสื้อซับในที่มีลักษณะคล้ายเสื้อกล้ามด้านในและสวมทับด้วยเสื้อยืดสาขาสีขาว การรับน้องดำเนินไป กระทั่งช่วงเย็นโดยตนถูกสั่งให้ลุกนั่งและทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมมีการสั่งการเสียงดังโดยรุ่นพี่ที่ไม่ใช่พี่ปี 2 ให้ถอดเสื้อออกซึ่งมีเพื่อนที่เป็นสาวประเภทสองรวม 2 คน ที่เหลือเป็นเพื่อนผู้ชาย เมื่อถูกสั่งหลายครั้งทำให้ตนจำใจถอดเสื้อยืดออกเหลือแต่เสื้อกล้ามแล้วจึงเอามือมาปิดหน้าอกด้วยความอายหลั่งน้ำตา
จากนั้นรุ่นพี่ได้นำผ้ามาผูกตาทำให้ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง ก่อนถูกสั่งให้ก้มหน้าลงและเอามือปิดบังหน้าอกตลอดเวลา ต่อมามีการกระชากตนออกจากแถว ซึ่งเป็นช่วงที่เพื่อนทุกคนจะต้องเดินเข้าห้องแดงเพื่อพบพี่สายรหัสและผูกข้อมือซึ่งมีรุ่นพี่ปี 2 รออยู่ในห้อง ทำให้ขณะนั้นตนรู้ว่าอยู่คนเดียว โดยมีรุ่นพี่ซึ่งไม่ทราบว่ารุ่นไหนรุมล้อมอยู่หลายคน ได้บอกให้เอามือออกจากหน้าอกอีกครั้ง แต่ตนยืนยันว่าไม่เอามือออกเพราะอับอายหน้าอก ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน และต่อมามีการแชร์ข้อมูลผ่านโลกออนไลน์ แต่รุ่นพี่ที่ก่อเหตุยังไม่เคยติดต่อขอโทษ มีเพียงอาจารย์ที่ทราบเรื่องและได้กล่าวขอโทษแทนรุ่นพี่รายดังกล่าว ทั้งนี้ ตนต้องการให้รุ่นพี่ออกมาสำนึกผิดกล่าวขอโทษก็ยินดีให้อภัยและไม่แจ้งความเอาผิดเพราะไม่ต้องการให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียง
ด้าน พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า หลังมีการแชร์เรื่องนี้ในโลกโซเซียล ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนหาข้อเท็จจริงเหตุการณ์ดังกล่าวกับตัวแทนมหาวิทยาลัย โดยพบว่านายพงศ์ภูมิ ศรชมแก้ว หัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการวิทยาเขต ได้ประชุมคณะกรรมการเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียหาย ต้องการคำขอโทษจากรุ่นพี่และมีรุ่นพี่บางส่วนเข้าขอโทษแล้ว แต่ยังมีที่เหลืออีกอยู่ระหว่างติดตามตัว ทั้งนี้ กรณีดังกล่าว เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญ มีโทษไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท บาท หรือทั้งจำและปรับ ประกอบมาตรา 281 ต่อหน้าธารกำนัล ยอมความไม่ได้ เป็นความผิดส่วนตัว ซึ่งหากผู้เสียหายต้องการดำเนินคดีก็ให้เข้ามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนได้ทุกวัน

