หน้าแรก ในประเทศ นิพนธ์ ต่อยอด...

นิพนธ์ ต่อยอดความร่วมมือไทย-จีน นำนักลงทุนจีนสำรวจนิคมอุตสาหกรรมสงขลา เล็งตั้งฐานผลิตโดรน-หุ่นยนต์

29.10.26 | 16:36 น.

นิพนธ์ ต่อยอดความร่วมมือไทย-จีน นำนักลงทุนจีนสำรวจนิคมอุตสาหกรรมสงขลา เล็งตั้งฐานผลิตโดรน-หุ่นยนต์ ดันสะเดาสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพื่อการส่งออก

วันที่ 29 ตุลาคม นายนิพนธ์ บุญญามณี อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะนักลงทุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย Mr. Jin Yunqiang ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและเจ้าของบริษัท Yunnan Hudian Emergency Equipment Manufacturing Co., Ltd. ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) หุ่นยนต์ ระบบสื่อสาร และอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน ลงพื้นที่สำรวจศักยภาพและความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมสงขลา ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายหรือย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย โดยมุ่งใช้พื้นที่อำเภอสะเดาเป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้าเทคโนโลยีไปยังตลาดต่างประเทศ

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการที่นายนิพนธ์ได้นำคณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากกองทัพบกและภาคเอกชน เดินทางเยือนนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 18-21 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อศึกษาเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม การสื่อสาร และการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงเยี่ยมชมบริษัท Yunnan Hudian Emergency Equipment Manufacturing Co., Ltd. ตามคำเชิญของ Mr. Jin Yunqiang ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและโอกาสการลงทุนระหว่างสองประเทศ ก่อนพัฒนามาสู่การเดินทางสำรวจพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัดสงขลาครั้งนี้


สำหรับบริษัท Yunnan Hudian Emergency Equipment Manufacturing Co., Ltd. เป็นผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยี อาทิ โดรนสำหรับภารกิจต่าง ๆ หุ่นยนต์กู้ภัย ระบบสื่อสารฉุกเฉิน และอุปกรณ์สนับสนุนการช่วยเหลือในสถานการณ์ภัยพิบัติ โดย Mr. Jin Yunqiang ได้แสดงความสนใจศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีและสายการผลิตบางส่วนเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสาร หุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสะอาดที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในภูมิภาคอาเซียนและตลาดต่างประเทศ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายนิรันดร์ สุเจตวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม (อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา) นายบัณฑูร อู่เจริญ นายด่านศุลกากรสะเดา นายพิพัฒน์ หนูทอง ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสงขลา (นิคมอุตสาหกรรมสะเดา) นายณัชชกิตติ์ พูลสวัสดิ์ ปลัดอำเภอเจ้าพนักงานปกครอง ชำนาญการอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลและอธิบายถึงความพร้อมของพื้นที่ ทั้งด้านที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค โครงข่ายคมนาคม การผ่านแดน การขนส่งสินค้า และสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะนักลงทุน

ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมสงขลาตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา มีพื้นที่รองรับกิจกรรมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ รวมถึงมีระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการลงทุน จึงถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกิจการที่ต้องการใช้ประเทศไทยเป็นฐานประกอบสินค้าและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค

Advertisement

นายนิพนธ์ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ของอำเภอสะเดา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนสำคัญของภาคใต้ มีความใกล้ชิดกับด่านศุลกากรสะเดาและประเทศมาเลเซีย สามารถเชื่อมโยงเส้นทางการค้าสู่ปีนังได้ในระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากท่าเรือน้ำลึกสงขลาประมาณ 100 กิโลเมตร และห่างจากสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ประมาณ 20กิโลเมตร ซึ่งเป็นระบบรางที่สามารถเชื่อมถึงท่าเรือน้ำลึกบัตเตอร์เวิดส์ ปีนัง ทำให้มีความได้เปรียบด้านต้นทุนและความสะดวกในการขนส่งสินค้าทั้งทางราง ทางบกและทางทะเล

จุดแข็งดังกล่าวจะช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้จังหวัดสงขลาเป็นฐานการผลิต ประกอบ และกระจายสินค้าไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ ตลอดจนตลาดอาเซียนและตลาดโลก โดยอาศัยโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการหารือ คือ การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้สิทธิประโยชน์ของเขตปลอดอากร (Free Zone) หรือรูปแบบการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าชิ้นส่วนและวัตถุดิบสำหรับการผลิตหรือประกอบสินค้า ก่อนส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศไทย (Local Content) การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิต ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรและการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมกับอุตสาหกรรมใหม่

นายนิพนธ์มองว่า จังหวัดสงขลามีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ และอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของโครงสร้างเศรษฐกิจภาคใต้ จากฐานเศรษฐกิจเดิมด้านการค้า เกษตรกรรม และโลจิสติกส์ ไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

การนำนักลงทุนจีนลงพื้นที่ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน จากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปสู่การแสวงหาโอกาสลงทุนที่เป็นรูปธรรม โดยในระยะต่อไปจะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ รูปแบบการลงทุน สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขด้านกฎหมาย เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนจริง อันจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของจังหวัดสงขลาและภาคใต้ในอนาคต