‘รมว.กลาโหม’ วางเป้าหมาย 3–5 ปี สู่ศูนย์กลางการผลิตและวิจัยยาเพื่อความมั่นคงของชาติ

30.10.26 | 14:56 น.

‘รมว.กลาโหม’ เร่งยกระดับโรงงานเภสัชกรรมทหาร เพิ่มศักยภาพผลิตยา ลดพึ่งพาต่างประเทศ วางเป้าหมาย 3–5 ปี สู่ศูนย์กลางการผลิตและวิจัยยาเพื่อความมั่นคงของชาติ

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมโรงงานเภสัชกรรมทหาร เพื่อติดตามศักยภาพการผลิตยาและเวชภัณฑ์ มุ่งเสริมความมั่นคงด้านสาธารณสุข เพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และเตรียมความพร้อมรองรับภาวะวิกฤตและสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งผลงานปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง โรงงานเภสัชกรรมทหารมียอดจำหน่ายกว่า 217 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน และมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายกว่า 43 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพการดำเนินงานและบทบาทสำคัญในการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ให้แก่กองทัพและหน่วยงานสาธารณสุข


ทั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ ได้มอบนโยบายให้วางแผนพัฒนาโรงงานในระยะ 3–5 ปี มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและวิจัยยาเพื่อความมั่นคงของประเทศยัง และเร่งดำเนินงานตามแผนเดินหน้าสร้างโรงงานผลิตยาแห่งใหม่ จ.ราชบุรี มูลค่ากว่า 919 ล้านบาท เมื่อแล้วเสร็จ คาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตยาเม็ดเป็น 600 ล้านเม็ดต่อปี หรือประมาณ 3 เท่าของกำลังการผลิตปัจจุบัน พร้อมเร่งรัดการก่อสร้างให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด

Advertisement

‘กองทัพมุ่งสู่อนาคตที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน กระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการผลิต การวิจัยและพัฒนายา การสำรองวัตถุดิบที่จำเป็น ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและ AI มาสนับสนุนการทำงาน ควบคู่กับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล สถาบันวิจัย และภาคเอกชน เพื่อให้มียาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพียงพอ และพร้อมใช้ในทุกสถานการณ์เพราะความมั่นคงของชาติ ไม่ได้มีเพียงความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ แต่รวมถึงความพร้อมในการรักษาชีวิตของกำลังพลและประชาชน การพัฒนาโรงงานเภสัชกรรมทหารให้เข้มแข็ง จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการลดการพึ่งพาต่างประเทศ เสริมความมั่นคงด้านสาธารณสุข และสร้างหลักประกันให้ประเทศไทยพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต’พล.ท.อดุลย์ กล่าว