สลด ‘พ.อ.อ.’ ลั่นไกสังหารเมียท้อง คาแฟลตทหาร ก่อนดับตาม พบเพิ่งแต่งงานไม่ถึงปี

31.10.26 | 21:02 น.

สลด ‘พ.อ.อ.’ สังหารเมียท้อง คาแฟลตทหาร ก่อนลั่นไกดับตาม พบเพิ่งแต่งงานไม่ถึงปี

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม พ.ต.ท.จตุพงศ์ อาจหาญ สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุยิงกันตาย 2 ศพ เหตุเกิดภายในแฟลตศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ตั้งอยู่ซอยลาดปลาเค้า 68 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ภูมิพลฯ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู


ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักอาศัยของข้าราชการทหาร สูง 5 ชั้น ภายในห้องพักบริเวณชั้นที่ 5 พบศพ พ.อ.อ. อายุ 32 ปี สังกัดกองทัพไทย สภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ นุ่งกางเกงขาสั้น สีม่วง ไม่สวมเสื้อ มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่ขมับขวาทะลุซ้าย 1 นัด ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกหล่นอยู่ที่บริเวณมือขวาของผู้เสียชีวิต

ห่างออกไปช่วงบนที่นอนพบศพอีก 1 ราย คือ ภรรยา อายุ 31 ปี อาชีพทำงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีผ้าห่มปิดปกคลุมปิดทับ สภาพนอนหงายใส่เสื้อเกาะอกสายเดี่ยว สีดำ นุ่งกางเกงสแล็คขายาว สีดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนขนาดเดียวกันเข้าที่ท้ายทอย 1 นัด และที่ขมับขวาทะลุซ้ายอีก 1 นัด รวมเป็น 2 นัด ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งคู่ได้หมั้นหมายกันตั้งแต่เมื่อต้นปี 68 ก่อนแต่งงานกันเมื่อช่วงเดือนมี.ค ปี 69 ที่ผ่านมา โดยอยู่กินกันมาตามปกติ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันแม้แต่อย่างใด และยังไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันในเรื่องของมือที่ 3 มีเพียงทะเลาะกันบ้างในเรื่องของการเงิน ทั้งนี้เมื่อช่วงประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา ทางบิดา-มารดาของฝ่ายหญิงได้พาไปฝากครรภ์ตามปกติ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยก่อนเกิดเหตุมีพยานได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ก่อนเงียบเสียงกันไปตามปกติ ทั้งนี้ น้องสาวของพ.อ.อ. โทรศัพท์ติดต่อพี่ชายไม่ได้จึงตัดสินใจเดินทางมาหาที่ห้องพัก โดยพบว่าห้องไม่ได้ล็อกเมื่อเปิดประตูเข้าไปจึงพบเหตุสลด ก่อนรีบแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ทั้งคู่อาจมีปัญหาเรื่องส่วนตัว โดยฝ่ายชายเกิดบันดาลโทสะจนขาดสติก่อนตัดสินใจลงมือก่อเหตุสลดดังกล่าว โดยหลังจากนี้จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวชรพ.ภูมิพลฯ เพื่อผ่าชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ก่อนส่งมอบให้ทางญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป