ศาลอุทธรณ์ ไม่ให้ประกัน ตี้ วรรณวลี-บอย พงศธรณ์ คดี ม.112 ปราศรัยชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB ปี 2563 ระบุอัตราโทษสูง หวั่นปล่อยชั่วคราวอาจหลบหนี
จากกรณีศาลอาญาพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน นายอานนท์ นำภา อาชีพทนายความแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม, น.ส.วรรณวลี หรือตี้ ธรรมสัตยา, นายพงศธรณ์ หรือบอย ตันเจริญ, นายพรหมศร หรือฟ้า วีระธรรมจารี และนายณวรรษ หรือแอมป์ เลี้ยงวัฒนา ในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบัน ตาม ม.112 เนื่องจากการปราศรัยในการชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่แขวง-เขตจตุจักร กทม. หรือ #25พฤศจิกาไปSCB เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2563 เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขณะนั้นลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปสถาบัน โดยแกนนำผู้ชุมนุมสลับกันขึ้นเวทีปราศรัยขับไล่รัฐบาล ดูหมิ่นใส่ร้ายสถาบัน
เบื้องต้นนายอานนท์ นายพรหมศร และนายณวรรษ เป็นผู้ถูกคุมขังอยู่แล้ว จึงนับโทษต่อ ขณะที่ศาลอาญาส่งคำร้องขอประกันตัว น.ส.วรรณวลีและนายพงศธรณ์ไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ทำให้ทั้ง 2 คนต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำไปก่อน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัว “ตี้ วรรณวลี-บอย พงศธรณ์” คดี ม.112 กรณีปราศรัยในการชุมนุมหน้า SCB ปี 2563 เห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง-การกระทำกระทบต่อความเชื่อถือองค์พระมหากษัตริย์
ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์ความหนักเบาข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง การกระทำของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาต่อองค์พระมหากษัตริย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 และที่ 5 คนละ 2 ปี 8 เดือน หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุควรเชื่อว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 จะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ยกคำร้อง

