เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่4กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการ บ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พานางบังอร คำพวง หรือ อร อายุ51 ปี พร้อมสามี ชาวบ้าน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น ออกหมายจับในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต มาร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
นางบังอร กล่าวว่า ตนไม่ใช่ผู้กระทำความผิด วันที่เกิดเหตุอยู่กับสามีที่บ้าน ใน อ.บางบ่อ จ.หนองคาย และก่อนหน้านี้ไม่ได้ใช้นามสกุล “คำพวง” แต่ใช้นามสกุลอื่น แต่เพิ่งมาเปลี่ยนมาใช้นามสกุล “คำพวง” ตอนจดทะเบียนสมรสกับสามี เมื่อปี 2537 และยังมีชื่อเล่นว่า “อร” ไม่ได้ชื่อ “อ้อย” ตามที่ปรากฏในสำนวนคดี รวมทั้งยืนยันว่ามีสามีแค่คนเดียว หลังจากที่ตำรวจนำตัวตนมาดำเนินคดี ก็ไม่มีการชี้ตัวผู้ต้องหาและสอบปากคำตนและสามี โดยตนได้ปฏิเสธกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ร้องเรียนเรื่องนี้กับอัยการ โดยวันนี้ได้นำตัวสามีมายืนยันว่าวันเกิดเหตุอยู่กับสามีจริงๆนอกจากนี้ยังพบว่าคนที่ชื่อบังอร คำพวง ในทะเบียนราษฎร์ มีอยู่ทั้งหมด 5 คน มี 3 คน อยู่ในตำบลเดียวกัน อีก 2 คน อยู่ในจังหวัดอื่น และใน ต.บางบ่อ มีคนที่ชื่อบังอร ชื่อเล่นว่าอ้อย อยู่ในตำบลเดียวกันด้วย จึงสงสัยว่าทำไมจึงมาดำเนินคดีกับตน
ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่อง ได้นำเรียนไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. ดูแลงานด้านป้องกันปราบปราม โดยผบ.ตร. มอบให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง วันนี้สั่งตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) สืบสวนสวบสวนหาพยานหลักฐานใหม่ทั้งหมด เพื่อยื่นให้อัยการพิจารณาอีกครั้ง ไม่ใช่การรื้อคดีใหม่ แต่เป็นการทำสำนวนขึ้นมาใหม่เพื่อส่งให้อัยการพิจารณา โดยจะต้องตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของนางบังอร เทียบเคียงกับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุและสอบปากคำใหม่ทั้งหมด ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ส่งสำนวนคดีไปให้อัยการแล้ว ทางตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ แต่หากผลการตรวจพิสูจน์พบว่านางบังอร ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดจริง และหากจะมีการเอาผิดตำรวจในท้องที่ ที่ทำคดีนี้ จะต้องส่งเรื่องนี้ไปให้กองกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการต่อไป

