คุม 2 โจ๋ รุมกระทืบลุงขับรถกะป๊อเสียชีวิตทำแผน ศาลไฟเขียวฝากขัง ให้ประกัน2ใน4โจ๋

5.07.17 | 16:50 น.

จากกรณีคนร้ายวัยรุ่นชาย 4 คน ขี่รถ จยย. 2 คันซ้อนท้ายกันมาก่อเหตุรุมทำร้าย นายสัจจา ปราศรัย อายุ 63 ปี ลุงขับรถรับจ้างซูบารุเล็ก (รถกะป๊อ) บริเวณพงษ์สุขอพาท์เม้นท์โชคชัย4 เลขที่ 166 ซอยโชคชัยสี่ 36 แขวง-เขตลาดพร้าว จนสลบคาที่ ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และมีการจับกุมตัวได้ทั้ง 4 ราย ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ต.ท.พสิษฐ์ สายชนม์ศักดิ์ รอง ผกก.(สอบสวน)สน.โชคชัย พร้อม พ.ต.ต.พลกฤต ทิพยทัศนัน สวป.สน.โชคชัย นำกำลังตำรวจ ป้องกันและปราบปราม สน.โชคชัย และตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย กว่า 20 นาย ร่วมกันควบคุมตัวนายสุรเชษฐ โพธิ์จาด อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 869/2560 ลง 2 กรกฎาคม 2560 และนายอาทิตย์ สอนดอนไพร อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 868/2560 ลง 2 กรกฎาคม 2560 ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยกระทำทารุณโหดร้าย, ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน” เดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในซอยโชคชัยสี่ ซอย36 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม.

ทั้งนี้ทางตำรวจได้นำเสื้อเกราะ และหมวกกันน็อกให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายสวมใส่ รวมทั้งวางกำลัง และเลือกช่วงเวลาเช้าตรู่ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บรรดาไทยมุงมาทำร้ายผู้ต้องหาได้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือนายอำพล คลังทอง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 870/2560 ลง 2 กรกฎาคม 2560 และนายณรงค์ชัย รักล้วน อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 871/2560 ลง 2 กรกฎาคม 2560 ในข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้เป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กาย ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน”นั้นให้การปฏิเสธ และไม่สมัครใจในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพด้วย

โดยการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้มีด้วยกัน 7 จุด จุดแรกเป็นบริเวณกลางซอยโชคชัยสี่ ซอย 36 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาและผู้ตายขับรถสวนทางกัน ฝ่ายผู้ต้องหามีนายอาทิตย์เป็นผู้ขับขี่ และนายสุรเชษฐเป็นผู้ซ้อนท้าย ขณะกำลังขับขี่รถ จยย.ยามาฮ่า นูโว สีเทา-ดำ หมายเลขทะเบียน ยจพ 626 กรุงเทพมหานคร เข้าซอย ส่วนฝ่ายผู้ตายจะขับรถซูบุรุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน พข 6682 กรุงเทพมหานคร เข้าซอย ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมหลีกทางให้กันจนมีปากเสียงกัน จุดที่ 2 บริเวณซอยโชคชัยสี่ ซอย 36 แยก 1 เป็นจุดที่ผู้ต้องหาขับขี่ไล่ตามรถผู้ตายจนมาถึงจุดดังกล่าว แล้วผู้ตายได้จอดรถก่อนถอยหลังชนรถผู้ต้องหาจนล้มลง จุดที่ 3 บริเวณซอยโชคชัยสี่ ซอย 36 แยก 1 ตัดแยก 4 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทิ้งรถ จยย. แล้ววิ่งไปดูว่าผู้ตายขับรถหนีไปเส้นทางใดก่อนขับขี่รถ จยย.ตาม

จากนั้น จุดที่ 4 ภายในลานจอดรถ พงษ์สุขอพาร์ทเม้นท์ ซอยโชคชัยสี่ ซอย 36 แยก 4 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาตามรถผู้ตายจนมาพบว่ารถผู้ตายจอดอยู่จึงขับรถเข้าไปจอดท้ายรถผู้ตาย จากนั้นเมื่อผู้ต้องหาพบว่าผู้ตายยังไม่ไปไหนจึงวิ่งไล่เข้าไปชกต่อย จนล้มลง พร้อมทั้งรุมกระทืบผู้ตายจนหมดสติ จุดที่ 5 ภายในลานจอดรถเดียวกันนี้ ผู้ต้องหาวิ่งไปที่รถ จยย.ที่จอดไว้ จากนั้นได้ขับขี่มายังจุดที่ผู้ตายหมดสติ ก่อนลงมากระทืบซ้ำอีกครั้งจนเสียชีวิต จุดที่ 6 ภายในอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว ประตูทางเข้าอาคาร บนชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายกระโดดถีบกระจกของประตูทางเข้าจนแตก และจุดสุดท้าย บริเวณชั้น 2 ของตัวอาคาร ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหารุมกระทืบ รปภ.ที่ดูแลอาคารที่พยายามช่วยผู้ตาย จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนผู้ต้องหาพากันหลบหนีไป

Advertisement

อย่างไรก็ตามระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพมีบรรดาไทยมุงบางส่วนตระโกนด่าทอ พร้อมสาปแช่ง ให้นำตัวคนร้ายไปประหารชีวิตให้หมด จากนั้นทางตำรวจได้ควบคุมตัวนายสุรเชษฐ และนายอาทิตย์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งที่ สน.โชคชัย ก่อนนำตัวส่งศาลอาญา รัชดาฯ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ต่อมา ตำรวจสน.โชคชัย ได้นำทั้ง 4 ไปฝากขังผัดแรก 12 วัน ตั้งแต่ 5-16 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์มือผู้ต้องหา รอผลการตรวจชันสูตรพลิกศพ และอื่นๆ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาญาติของนายอำพล และนายณรงค์ชัย ผู้ต้องหาที่ 3และ 4 ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้วอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้งสองประกันตัวไป โดยตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายอาทิตย์ และนายสุรเชษฐ ผู้ต้องหาที่ 1 และ2 ญาติไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป