‘อัค อัครรัฐ’ มาตั้งแต่ตี 5 จองที่นั่งชมขบวนเรือฯ ครั้งแรกในชีวิต เผยโชคดีที่ยังมีโอกาสได้เห็น

6.11.26 | 13:54 น.

‘อัค อัครรัฐ’ มาตั้งแต่ตี 5 จองที่นั่งชมขบวนเรือฯ ครั้งแรกในชีวิต เผยโชคดีที่ยังมีโอกาสได้เห็น

 

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่สวนสันติชัยปราการ กรุงเทพมหานคร ได้จัดเตรียมพื้นที่ให้ประชาชนร่วมชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569


นายอัครรัฐ นิมิตรชัย หรือ อัค นักแสดง พิธีกร และยูทูบเบอร์ชาวไทย กล่าวว่า เดินทางมาถึงสวนสันติชัยปราการตั้งแต่เวลา 05.00 น. เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้มาชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคด้วยตนเอง หลังจากที่ผ่านมาเคยรับชมผ่านทางโทรทัศน์เท่านั้น โดยปีนี้ตั้งใจจะจองพื้นที่ชมขบวนกับกองทัพเรือ แต่เนื่องจากต้องรอคิวถ่ายทำ จึงทราบกำหนดการค่อนข้างกระชั้นชิด ทำให้ไม่สามารถจองพื้นที่วิวสวยได้ทัน เพราะหลายคนจับจองล่วงหน้ากันเป็นเดือนแล้ว

ทั้งนี้ ได้สอบถามสมาชิกเพจ ‘แพทอัคพาตะลอน’ ถึงจุดชมขบวนเรือที่น่าสนใจ โดยมีแฟนเพจซึ่งเป็นทหารเรือเข้ามาให้ข้อมูล เบื้องต้นตั้งใจอยากชมขบวนเรือโดยมีฉากหลังเป็นวัดอรุณราชวราราม หรือพระบรมมหาราชวัง แต่พื้นที่ดังกล่าวถูกจับจองไปหมดแล้ว จึงต้องหาจุดชมขบวนแห่งใหม่ โดยคืนก่อนหน้านี้ได้ไปสำรวจบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช แต่ยังไม่ถูกใจ ก่อนมีช่างภาพแนะนำให้มาที่สวนสันติชัยปราการ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของขบวน

“ตอนแรกมีคนในเพจบอกว่ามาช่วงเที่ยงก็ทัน แต่เรารู้สึกไม่มั่นใจ เพราะพื้นที่เก้าอี้มีจำกัด เลยไปถามวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งได้รับข้อมูลว่าประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด มารอตั้งแต่ตี 04.00 – 05.00 น. เราจึงตัดสินใจมาตั้งแต่ตี 05.00 น. พอมาถึงพื้นที่ด้านหน้าก็เต็มแล้ว เหลือเพียงโซนด้านหลังและด้านข้าง ตอนนี้รอมาแล้วประมาณ 7 ชั่วโมง”

Advertisement

นายอัครรัฐกล่าวว่า แม้ต้องรอเป็นเวลานาน แต่ตั้งใจมาชมพระราชพิธีในปีนี้ให้ได้ เพราะเมื่อมีโอกาสแล้วก็อยากสัมผัสด้วยตนเองอย่างเต็มที่ พร้อมมองว่าหลายคนอาจคิดว่าขบวนพยุหยาตราทางชลมารคมีให้ชมทุกปี แต่ความจริงไม่ใช่ จึงอยากใช้โอกาสที่สามารถเดินทางมาได้ในครั้งนี้ให้คุ้มค่า โดยเตรียมกล้องมาเพื่อบันทึกภาพความประทับใจด้วย

ก่อนหน้านี้เมื่อรับชมผ่านโทรทัศน์ก็รู้สึกขนลุก เพราะเป็นอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของไทย เป็นศิลปะของชาติและสะท้อนรากเหง้าของคนไทย อีกทั้งเป็นพระราชประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน จึงรู้สึกโชคดีที่ยังมีโอกาสได้เห็น

“ตอนดูผ่านโทรทัศน์ ทุกอย่างเงียบสงบ ได้ยินเพียงเสียงกาพย์เห่เรือที่เราเรียนมาตั้งแต่เด็ก แต่พอได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง กลับรู้สึกว่าสวยงามกว่าที่คิดไว้มาก สวยงามยิ่งกว่าที่เคยเรียนมาในบทเรียน และเมื่อเห็นคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจพระราชประเพณีนี้ ก็รู้สึกดีใจ” นายอัครรัฐกล่าว