ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 การจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ชาวจีนจำนวน 2 ราย ไทย 2 ราย ซึ่งเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีพฤติกรรมหลอกลวงเหยื่อ แอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาค 6 โทรไปยังกลุ่มผู้เสียหายเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเป็นพนักงานไปรษณีย์ โดยมีเหยื่อในพื้นที่ ภาคเหนือตอนล่างถูกหลอกลวงจำนวน 13 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 19 ล้านบาท
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กรกฎาคม ที่ตำรวจภูธรภาค 6 พลตำรวจโท ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อม พลตำรวจตรีชวลิต ชาญเวชช์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พลตำรวจตรีประจวบวงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พลตำรวจตรีจิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พลตำรวจตรีภาณุ บุรณศิริ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามฐานความผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ 2556 มูลค่าความเสียหายกว่า 19,800,000 บาท เบื้องต้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 รายเป็นคนไทย 2 ราย คือ นางสาวเฌนิศา วงศ์ฟู และนางสาวกัลย์จารีย์ วัฒนวินิน และคนจีน 2 คนคือนายเฉิน เหม่ยจิง และนายพันเหยา และกำลังขยายผลการจับกุมไปยังตัวการใหญ่
พลตำรวจโททวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้กล่าวว่า ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ถึงเดือนมีนาคม 2560 ตำรวจภูธรภาค 6 ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 ว่าถูกหลอกลวงโดยกลุ่มคนซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของตำรวจภูธรภาค 6 และอ้างชื่อบุคคลต่างๆให้โอนเงินในลักษณะ call center จึงได้สั่งการให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ดำเนินการรวบรวมรายชื่อประชาชนและหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งลักษณะ การกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหาคือจะใช้ระบบแปลงหมายเลขโทรศัพท์ให้เป็นหมายเลขของตำรวจภูธรภาค 6 โทรไปยังกลุ่มผู้เสียหายเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเป็นพนักงานไปรษณีย์ โดยกล่าวหาว่าผู้รับสายพัวพันกับยาเสพติดอยากจะแก้ไขปัญหาให้ หากผู้เสียหายดำเนินการทางการเงินโดยทำการอายัดเงินถอนเงินปิดบัญชีหรือโอนเงินให้ตามที่ผู้ต้องหาสั่งการ

ต่อมากองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้สืบสวนขยายผลในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 โดยพบว่ามีผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดพิจิตรได้ถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกให้โอนเงินซึ่งผู้เสียหายได้โอนเงินไปให้นางสาวกัลย์จารีย์ วัฒนวินิน และ นางสาวเฌนิศา วงศ์ฟู ซึ่งทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชี พร้อมติดตามขยายผลนำไปสู่การจับกุมตัว นายเฉิน เหม่ยจิง และนายพันเหยา สัญชาติจีน ซึ่งทำหน้าที่กดโอนเงินผ่านตู้ ATM เมื่อพิจารณาจากแผนประทุษกรรมในการกระทำความผิดของผู้ต้องหาแต่ละคดีมีความคล้ายคลึงกันและก่อให้เกิดความเสียหายกับประชาชนเป็นจำนวนมากประกอบกับการกระทำมีลักษณะเป็นเครือข่ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำหลายส่วนมีทั้งผู้กระทำความผิดที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยและนอกราชอาณาจักร
พลตำรวจโททวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้กล่าวว่าขณะนี้มีผู้เสียหายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 13 ราย มูลค่าความเสียหาย 19,800,000 บาท ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 6 จะติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

