3หน่วยงานระดับโลกเตือนวิกฤตเอลนีโญ ไทยเตรียมรับมือ ขาดน้ำ ไฟป่า ฝุ่น ฮีตสโตรก ผลิตผลตกต่ำ
วันที่ 6 พฤศจิกายน นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ถึง คำเตือนของหน่วยงานระดับโลก เช่น UN, องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก(WMO),องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ เป็นหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์และกำกับดูแลของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา(NOAA) และ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(IPCC) ออกมาเตือน ถึงความรุนแรงของเอลนีโญ ในปี 20026-2027 โดยมีเนื้อหาระบุ ดังนี้
คำเตือนจากหน่วยงานระดับโลก ความรุนแรงของเอลนีโญ 2026-2027 เตรียมรับมือด้วย!
1.คำเตือนล่าสุดสำหรับวิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่หน่วยงานระดับโลกอย่าง UN, WMO, NOAA และ IPCC ประกาศสำหรับช่วงปี 2026- 2027 สรุปได้ดังนี้
1.1. วิกฤตใหญ่เร่งด่วน กับการเผชิญหน้ากับ”ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño)ระดับประวัติการณ์ โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก(WMO) และสหประชาชาติ (UN) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเตือนภัยล่วงหน้าว่า โลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงและพัฒนาเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์
1.2.ความรุนแรงสูงสุด คาดว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนจะพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3.8 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 ถึงมกราคม 2027 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติมา
1.3.สถานการณ์จะลากยาวถึงปี 2027 จากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ว่ามีความเป็นไปได้เกือบ 100% ที่ เอลนีโญระดับรุนแรงนี้จะคงอยู่ไปอย่างน้อยจน ถึงกุมภาพันธ์ 2027 และผลกระทบจะต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี
2. การคาดการณ์อุณหภูมิโลกและแนวโน้ม “ปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์” หน่วยงานด้านมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ร่วมกับ WMO เผยแพร่ข้อมูลอัปเดตสถิติความร้อนดังนี้
2.1. ปี 2027เสี่ยงทุบสถิติโลก แม้ความร้อนจะพุ่งสูงในปี 2026 แต่ผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญจะส่งแรงส่งสูงสุดต่ออุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2027 ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า ปี 2027 มีโอกาสสูงมาก (ถึง 96%) ที่จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ทุบสถิติเดิมของปี 2024 ลงได้
2.2.เฉียดเส้นตาย 1.5°C รายงานระบุว่ามีโอกาสถึง 91% ที่อุณหภูมิโลกจะทะลุเกณฑ์ควบคุม 1.5 องศาเซลเซียส (เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม) เป็นการชั่วคราวในช่วงปีนี้ ซึ่ง UN เตือนว่าการรักษาเป้าหมายไม่ให้เกิน1.5°C ในระยะยาวนั้นทำได้ยากเต็มทีแล้วในทางปฏิบัติ
3.ผลกระทบโดยตรงต่อ “ประเทศไทย” ที่ต้องเฝ้าระวังในปลายปี 2026–2027
3.1. ร้อนและแล้งจัด ความต้องการใช้น้ำจะสูงขึ้นมาก เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำนอกเขตชลประทาน เกษตรกรอาจต้องปรับแผนงดปลูกพืชหน้าแล้งหรือข้าวนาปรัง
3.2.ไฟป่าและฝุ่น PM2.5รุนแรง สภาพอากาศที่แห้งจัดจะเอื้อให้เกิดไฟป่าได้ง่ายและรุนแรงขึ้น ส่งผลให้วิกฤตฝุ่นพิษในช่วงต้นปีทวีความรุนแรงกว่าปีก่อนๆมาก
3.3. วิกฤตทะเลเดือด อุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นผิดปกติจะส่งผลให้เกิดปรากฏ การณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ในน่านน้ำไทยช่วงกลางปี
3.4.ภัยเงียบต่อชีวิต สถาบันวิจัยชั้นนำ ในอเมริกาประเมินว่าในช่วงเดือนกันยายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยอาจมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน (เช่น ฮีทสโตรก) เพิ่มขึ้นสูงถึงประมาณ 5,000 คน
3.5.ผลผลิตเกษตรตกต่ำ ในปี2027 พืชเศรษฐกิจหลักของไทย เช่น ข้าว, อ้อย และปาล์มน้ำมัน จะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งขณะที่รัฐบาล,ภาคธุรกิจและภาคการ เกษตรกำลังเร่งผลักดันแนวคิด “เกษตรคาร์บอนต่ำ” เช่น การทำนาเปียกสลับแห้ง (AWD) เพื่อลดการใช้น้ำ



