โทษสูงค้านประกันตัว ‘บุ๋ม-ก๊อต’ ตร.เค้นสอบ ขยายผลเครือข่าย-กลุ่มช่าง-กก.องค์กรทำดี อายัด18บัญชี102ล้านบ. อนุทินสั่งมท.สแกนทั่วปท. ตั้งมูลนิธิบังหน้าฟันหมด
เมื่อเวลา 06.29 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) นำหมายศาลอาญาเข้าควบคุมตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ที่บ้านพัก ภายในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ บก.ปอศ. ได้แจ้งฐานความผิด 3 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์” ก่อนเข้าทำการตรวจค้นหาพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในคดีเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี
ต่อมาเวลา 08.30 น. นายอธิป อนันทวรรณ หรือ ก๊อต สามีของ น.ส.ปนัดดา ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยเบื้องต้นถูกดำเนินคดีเพียงข้อหาเดียว คือร่วมกันฟอกเงิน จากพฤติการณ์นำเงินบริจาคไปแปลงเป็นทรัพย์สินและใช้จ่ายในส่วนอื่น ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองรายยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยขณะถูกคุมตัว น.ส.ปนัดดา มีท่าทีเรียบเฉย ดูอ่อนเพลีย พร้อมกล่าวว่ายินดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และกล่าวขอโทษทุกคนก่อนเดินเข้าไปพร้อมทนายความ
ด้าน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารูปรัชญ์ ผบก.ปอศ. เปิดเผยผลการตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด พบทรัพย์สินที่จดทะเบียนในชื่อของทั้งสองคน ทั้งบ้าน รถยนต์ ที่ดิน และเอกสารสัญญาซื้อขาย ขณะที่เส้นทางการเงินพบความผิดปกติใน 3 บัญชีหลักของมูลนิธิ มีการโอนไขว้ไปมาก่อนเข้าบัญชีส่วนตัว น.ส.ปนัดดา และส่งต่อไปยังบัญชีส่วนตัวนายอธิป รวมถึงมีเงินโอนไปซื้อที่ดินทำสนามเทรลใน จ.นครนายก
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้อายัด 18 บัญชี รวมเป็นเงินประมาณ 102 ล้านบาท พร้อมเตรียมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินเชิงลึกไปยังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มกรรมการมูลนิธิ, กลุ่มช่างรับเหมา และกลุ่มเครือข่ายที่รับโอนเงิน เพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องในแถวสองต่อไป ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนยืนยันคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสอง เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยเตรียมคุมตัวไปฝากขังผัดแรกต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ในช่วงเช้าวันที่ 7 พฤศจิกายน
ขณะที่ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง เข้าไปสังคายนาจัดระเบียบมูลนิธิทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด หากมีมูลนิธิใดจัดตั้งขึ้นมาเพื่อบังหน้า นำเงินบริจาคหรือเงินเรี่ยไรของประชาชนไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด คนที่ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากไม่ควรหาประโยชน์ใส่ตัว จะอ้างว่าเงินขาดมือแล้วหยิบยืมเงินบริจาคไปใช้ส่วนตัวก่อนไม่ได้ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินคดีกับ น.ส.ปนัดดา เป็นไปตามพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พบการกระทำไม่สุจริต รัฐบาลยึดระบบ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่มีเรื่องใบสั่งหรือประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

