เหยื่อ’ทนายเเสบ’2 เข้าเซ็นตั้งทนายเอาเรื่องเพิ่ม จ่อฟ้องเเพ่ง สภาฯหาช่องลบชื่อเร็วที่สุด ‘เจ้าตัว’กบดานเงียบ

5.07.17 | 14:46 น.

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน บริเวณวงเวียนบางเขน น.ส.นิษฐาณัฐ ภัทรธนินนิษฐ์ อายุ 45 ปี ผู้เสียหายอีกรายที่ถูกนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความ ฉ้อโกงยืมเงินผู้เสียหายและครอบครัวไปกว่า 1.3 ล้านบาท ได้เข้าพบว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ พร้อมด้วยนายสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ซึ่งมีการนำเอกสารการแต่งตั้งทนายความให้ น.ส.นิษฐาณัฐ เซ็น

น.ส.นิษฐาณัฐเปิดเผยว่า รู้จักกับนายพิสิษฐ์ผ่านทางภรรยาที่เคยมาขอเช่าอาคาร โดยในปี 2551-2552 ได้ว่าจ้างให้นายพิสิษฐ์เป็นธุระจัดการเรื่องมรดกของบิดาที่เสียชีวิตไป ซึ่งตอนนั้นไม่ได้มีข้อพิพาทใดๆ กับครอบครัว หลังเกิดความคุ้นเคยกันนายพิสิษฐ์ ได้ขอยืมเงินไปประมาณ 50,000 บาท อ้างว่าเพื่อยืมไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก เป็นการยืมโดยปากเปล่าไม่ได้ทำสัญญา ก่อนที่ต่อมาจะมาทราบจากญาติว่านายพิสิษฐ์มาขอยืมไปอีกกว่า 900,000 บาท จึงเห็นว่าควรทำสัญญากู้ยืมเงิน ซึ่งรวมเงินของคนในครอบครัวที่ถูกยืมไป รวมกกว่า 1.3 ล้านบาท และจะครบกำหนดชำระคืนในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมชดใช้เงินคืนให้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน

ส่วนเรื่องดังกล่าวที่ไปเกี่ยวข้องกับกรณีของน้องบีมนั้น เนื่องจากมีอยู่วันหนึ่งไปงานศพงานหนึ่งที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ และบังเอิญไปพบกับน้องบีม ก็ได้พูดคุยถามไถ่กันมาระยะหนึ่ง จึงเกิดความสงสาร ได้พูดคุยกับทนายความว่าสมควรให้ความช่วยเหลือ นายพิสิษฐ์จึงรับว่าความให้น้องบีมมาตั้งแต่นั้น

“ดิฉันมีบุตรสามคน ยังไม่มีเงินส่งเรียน เคยกลุ้มจะคิดสั้นมาแล้ว หากคดีน้องบีมขึ้นศาล พร้อมจะเป็นพยานเบิกความให้เห็นการเชื่อมโยงระหว่างนายพิสิษฐ์และผู้เกี่ยวข้องอีกด้วย” น.ส.นิษฐาณัฐกล่าว

ทั้งนี้ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ระบุว่า จะจัดทนายความอาสาให้ความช่วยเหลือว่าความในกรณีนี้ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ส่วนกรณีของนายพิสิษฐ์นั้นในวันที่ 6 กรกฎาคม จะมีการประชุมเพื่อลงมติว่าสมควรมีการถอดถอนนายพิสิษฐ์ ออกจากสารบบทนายความหรือไม่ ส่วนเรื่องของการฟ้องร้องทางแพ่งนั้น คาดว่าจะดำเนินการได้ใน 1-2 วันนี้ โดยตัวเลขความเสียหายตามหนังสือรับสภาพหนี้ อยู่ที่ประมาณ 3 .8 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย

Advertisement

“สำหรับนายพิสิษฐ์หากได้อ่านข่าวหรือดูทีวี ก็ขอให้มาพบกันเพื่อเจรจา บรรเทาผลร้าย ในวันที่ 6 กรกฎาคม สภาทนายความจะประชุมกรรมการบริหารชุดใหญ่เพื่อหารือคดีน้องบีมโดยตรง ทั้งเรื่องสำนวนความและเรื่องลบชื่อนายพิสิษฐ์ออกจากการเป็นทนายความ ส่วนคดีที่กระทำกับน้องบีม มีทุนทรัพย์พิพาท 3.8 ล้านบาท ซึ่งทางเรากำลังสืบทรัพย์ของนายพิสิษฐ์ หากรู้ว่ามีทรัพย์เพียงพอ และที่สุดถ้าน้องบีมชนะ คดีจะได้ยึดอายัดเอาเงินมาคืนน้องบีม ”

นายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายกล่าวว่า ได้ตรวจเอกสารที่ผู้เสียหายนำมาทั้งหมดพบว่ามีการทำสัญญากู้จริงและอายุความฟ้องคดีมีเวลา 10 ปี ดังนั้นสภาทนายความจึงรับช่วยเหลือและจัดทนายความในคดีแพ่งก่อน ส่วนคดีอาญาหากอัยการสั่งฟ้องก็จะร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ทั้งนี้จะเห็นว่ามีความเชื่อมโยงกันระหว่าง น.ส.นิษฐาณัฐ กับคดีน้องบีม ซึ่งทราบว่ามีความเต็มใจที่จะเป็นพยานให้คดีน้องบีมด้วย ส่วนที่มีข่าวว่านายพิสิษฐ์ติดต่อขอเข้ามาเจรจาเพื่อบรรเทาผลร้ายหรือมาให้การกรณีจะถูกลบชื่อจากการเป็นทนายความฐานผิดมรรรยาททนาย ขณะนี้มีแต่ข่าวเเต่ตัวยังไม่ติดต่อมา

พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหาร สภาทนายความ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ในวันนี้มีการประชุมที่สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่ง เนติบัณฑิตยสภา ซึ่งจะมีการบรรจุวาระเรื่องการฟ้องคดีน้องบีมเข้าไปเพิ่มเติมด้วย ซึ่งหากในการประชุมไม่พบเรื่องติดขัดอะไรก็จะสามารถยื่นฟ้องศาลเเพ่ง รัชดาได้ในวันที่ 6 กรกฎาคม เลย ต้องรอผลการประชุมให้ได้ข้อสรุปในวันนี้ก่อน

นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า หากฟ้องชนะตัวทนายความจะต้องจ่ายดอกเบี้ยนับจากวันผิดนัด คาดว่าจะมีจำนวนมากอยู่เเต่เรื่องนี้ตนก็ยังไม่เห็นหนังสือรับสภาพหนี้เเต่ความจริงเเล้วมันอาจจะมีมากกว่าหนังสือรับสภาพหนี้ก็ได้ อาจจะเป็นเรื่องที่มีการหลอกลวงเอาเงินไปที่มากกว่าจำนวนในหนังสือรับสภาพหนี้ จะต้องดูว่าเราจะฟ้องลักษณะใด เเละเรียกเงินเท่าไหร่ ส่วนทางคดีอาญาเราจะรออัยการฟ้องก่อนเเล้วเราจะส่งทนายความของสภาทนายความเข้าไปเป็นโจทก์ร่วม ซึ่งตรงนี้อาจจะมีการยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายในคดีอาญากรณีที่ถูกฉ้อโกงเงินไปได้อีกทาง ก็ต้องดูว่าทางอัยการฟ้องอีกที

“การฟ้องเเพ่งไม่ต้องดูเพียงเเค่จำนวนเงินในหนังสือรับสภาพหนี้อย่างเดียว จะดูความเสียหายไปด้วยก็ได้ พรุ่งนี้จะมีการประชุมเรื่องความประพฤติของทนายความคนดังกล่าวในเรื่องว่าจำหน่ายชื่ออออกกรณีที่ทำความเสื่อมเสียเเก่สภาทนายความ ว่าเราจะใช้กฎหมายข้อไหนที่จะจำหน่ายชื่อออกได้เร็วที่สุด ซึ่งบางทีอาจไม่ต้องรอสภามรรยาทตัดสิน” นายสรัลชากล่าว