ศุลกากร รวบ 2 สาวไทย ลอบขน ‘ผงมัทฉะ’ จากญี่ปุ่น 1.2 พันชิ้น มูลค่าทะลุ 8.5 แสนบาท เตือนสายหิ้ว ‘ชาเขียว-มัทฉะ’ จากญี่ปุ่น ต้องขออนุญาต อย.-ด่านพืช ชี้ภาษีนำเข้านอกโควตาพุ่ง 90%
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาว่าเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกันจับกุมผู้โดยสารหญิงสัญชาติไทยจำนวน 2 ราย หลังเดินทางมาจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จากการตรวจค้นสัมภาระอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบผงมัทฉะ (Matcha) บรรจุซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางจำนวน 7 ใบ รวมทั้งสิ้น 1,200 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 853,400 บาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
กรมศุลกากร ออกประกาศเตือนประชาชนและผู้ประกอบการเกี่ยวกับการนำเข้าผลิตภัณฑ์ชาเขียว ทั้งใบชาและผงมัทฉะ จากประเทศญี่ปุ่นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเน้นย้ำว่าผู้ประกอบการหรือผู้โดยสารไม่สามารถรับสินค้าไปได้ทันทีเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย แต่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและกฎระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อน

ทั้งนี้สำหรับการนำเข้าชาเขียวหรือผงมัทฉะ ผู้นำเข้าจะต้องดำเนินการขออนุญาตล่วงหน้าจาก 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร และด่านตรวจพืช กรมวิชาการเกษตร เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขและข้อจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์พืชตามขั้นตอน
ในส่วนของอัตราภาษีอากรนำเข้าภายใต้ข้อตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ได้กำหนดไว้ 2 รูปแบบ คือ กรณีนำเข้า “ในโควตา” (In-Quota) จะเสียภาษีอากรศุลกากรในอัตราร้อยละ 30 แต่ต้องมีหนังสือรับรองจากกรมการค้าต่างประเทศมาแสดง ขณะที่กรณีนำเข้า “นอกโควตา” (Out-of-Quota) จะต้องเสียภาษีอากรศุลกากรสูงถึงร้อยละ 90
ทั้งนี้ กรมศุลกากรแนะนำให้ผู้ที่จะนำเข้าสินค้าชาเขียว ตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานล่วงหน้า จัดเตรียมเอกสารรวมถึงหนังสือรับรองให้พร้อม และทำการสำแดงรายการสินค้าต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรให้ถูกต้องครบถ้วนตามพิธีการศุลกากรต่อไป


