‘สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย’ เปรียบคดีชนไซบีเรียนกลางตลาด เหมือนชนเด็กกลางถนน อย่าถาม ใครผิด

5.07.17 | 17:39 น.

เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคม นายโรเจอร์ โลหะนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย ประธานอนุกรรมการติดตามการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทารุณกรรมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ และให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้ขับรถพุ่งเหยียบสุนัชพันธุ์ไซบีเรียนกลางตลาดแก่งคอย จ.สระบุรี กระทั่งดิ้นทุรนทุรายจนตาย ว่า จากการได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นทราบว่าตำรวจในพื้นที่ยังสับสน ยังไม่ได้รับแจ้งความจากกรณีดังกล่าว เพียงแต่เจ้าพนักงานได้รับทราบเรื่องไว้ก่อนและยังไม่ได้ลงบันทึกประจำวัน ซึ่งไม่เพียงแต่เฉพาะกรณีของไซบีเรียนตัวนี้ การที่เจ้าพนักงานไม่รับแจ้งความเกี่ยวกับการทารุณสัตว์ยังคงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นของประเทศไทย อย่างเช่น หากมีคดีเกี่ยวกับสัตว์ประมาณ 10 คดีมีเพียง 2 คดีเท่านั้นที่เจ้าหน้าที่รับแจ้งความ ส่วนที่เหลือก็พยายามให้ไปไกล่เกลี่ยกันเอง สาเหตุหลักๆ เกิดจากเกรงว่าจะเป็นภาระกับหน่วยงาน เพราะหากไม่ยอมความกันก็ต้องขึ้นศาลอย่างเดียว ซึ่งแท้จริงแล้วเรื่องการทารุณสัตว์ แม้เจ้าของจะไม่เอาความก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินคดีเพราะถือว่าเป็นการกระทำตามหน้าที่ หากไม่ดำเนินการถือว่าเจ้าพนักงานละเว้นต่อหน้าที่

นายโรเจอร์ กล่าวต่อไปว่า กรณีล่าสุดขับรถพุ่งชนไซบีเรียนนี้ โดยได้ดูคลิปวิดีโอแล้วส่วนใหญ่เห็นพ้องกันตรงกันว่าเป็นการขับรถโดยประมาทอย่างชัดเจน ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอนและต้องดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งกรณีนี้มันก็คล้ายกับเด็กยืนอยู่บนถนน หากถามว่าขับรถชนเด็กแล้วผิดหรือไม่ ก็ต้องผิด และไม่อยากให้ผู้ขับขี่อ้างว่าเพราะสุนัขมายืนกลางถนน ตรงนี้ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดก็อยากให้ไปแก้ต่างบนชั้นศาล ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับแจ้งความและทำตามกระบวนกฎหมายไป

“ทุกคนที่ดูคลิปคงได้เห็นตรงว่า ผู้ขับรถยนต์ได้มีเวลาเพียงพอที่จะหยุดรถ หรือสามารถที่จะบีบแตรให้สุนัขหลีกทางได้ แต่ผู้ขับรถได้พุ่งเหยียบทันทีโดยไม่มีการเบรก ฉะนั้นจะอ้างไม่ได้ว่ามีอายุมากแล้วสายตาไม่ดี หรือมองไม่เห็นคงไม่ได้ ก็ให้คำอ้างนี้ไปอ้างกับศาล อีกอย่างนึงคือ ยังมีคนเข้าใจผิดอยู่ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การทารุณกรรมสัตว์ แต่ตนบอกได้ว่าการทำให้สัตว์ ทุกข์ทรมาร หรือตายโดยไม่มีเหตุอันควรก็ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์ทั้งสิ้น” นายโรเจอร์กล่าว

เมื่อถามว่าจากกรณีดังกล่าวทางสมาคมจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร นายโรเจอร์กล่าวว่า ตอนนี้อยากให้เป็นหน้าที่ของตำรวจก่อน ซึ่งยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่ก็จะติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ถ้าได้ส่งตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีส่วนนี้ตำรวจจะเป็นผู้ชี้แจงเอง แต่เมื่อไหร่ที่ตำรวจยังไม่ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาถึงตอนนั้นค่อยคิดว่าจะทำอย่างไร

เมื่อถามอีกว่าทำไมคนไทยยังคงคิดว่าสามารถใช้ความรุนแรงกับสัตว์ได้ นายโรเจอร์กล่าวว่า คนไทยคิดว่าการทำร้ายสัตว์เป็นเรื่องปกติ เพราะอดีตก็เคยทำร้ายสัตว์มาก่อนยังคงติดมากันเป็นนิสัยจนลืมไปว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว มีกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามทารุณกรรมสัตว์แล้ว เช่นเดียวกันกับความเชื่อเรื่องตีเมียที่เคยตีกันจนชิยมาแต่อดีต นอกจากนี้ ตนมองว่าปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวได้ช่องโหว่อยู่ 2 ส่วน ซึ่งภาพรวมแล้วกฎหมายยังใช้ได้ แต่ส่วนแรกคือ ผู้บังคับใช้กฎหมายไม่อยากบังคับใช้ กลัวเป็นภาระยุ่งยาก ส่วนต่อมาคือ ประชาชนผู้ปฎิบัติตามกฎหมายไม่ทำตามจนเคยชิน คิดว่าสามารถเอาตัวรอดได้ด้วยเหตุผลต่างๆ นั้นคือปัญหาของประเทศไทย

Advertisement