“ขบ.”ส่งข้อมูลปลอมเอกสารประมูลรถขายทอดตลาด1,136คัน ให้ดีเอสไอ แล้ว เตรียมตรวจสอบที่มา

5.07.17 | 17:30 น.

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 กรกฎาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ และรองโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีกรมขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พบขบวนการแอบอ้างยื่นเอกสารเท็จประมูลรถขายทอดตลาดของ ขส.ทบ. 605 คัน จากทั้งหมด 1,136 คัน ว่า ในวันนี้ทางอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ส่งข้อมูลบัญชีรายละเอียดยานพาหนะชำรุดขายทอดตลาดปลอมของกองคลัง ขส.ทบ. มาให้กับพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ โดยมีข้อมูล2ส่วน คือ 1.บัญชีรายละเอียดยานพาหนะชำรุดขายทอดตลาด 531 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียน และ 2.บัญชีรถที่ให้เพิกถอนการจดทะเบียนและการดำเนินการทางทะเบียน 605 คัน รวมทั้งหมด 1,136 คัน

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า เนื่องจากการที่ ขส.ทบ. ตรวจสอบพบเรื่องการปลอมแปลงเอกสารการทำประมูลรถของทางทหาร พบว่ามีรถถูกทำเอกสารปลอม 1,136 คัน และส่งบัญชีปลอมมาให้ ขบ. โดยขบ.ได้รับจดบัญชีเป็นจดทะเบียนรถพวกนี้ 605 คัน และยังไม่ได้จดทะเบียนอีก 531 คัน ต้องเรียนว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นมาด้วยกัน2ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกคือฝ่ายทหาร ปกติแล้วจะมีการขายทอดตลาดปีละ1รอบ แต่ปรากฏว่าในกรณีนี้มีการทำเอกสารขายทอดตลาดรถปลอมโดยที่ไม่มีรถอยู่จริงเลยรวมทั้งหมด 1,136 คัน และแจ้งบัญชีนี้ไปยัง ขบ. ต่อมามีเอกสารอีกส่วนหนึ่งว่ามีประชาชนประมูลรถได้ และประชาชนนำเอกสารนี้ไปขอต่อบัญชีรถที่ ขบ. จากบัญชีแรกที่ส่งไป จากนั้นเมื่อได้หลักฐานการจัดบัญชีแล้วก็นำเอกสารนี้ไปออกเป็นทะเบียนรถตามจังหวัดต่างๆ รวม 20 จังหวัด ได้จดทะเบียนไปแล้ว 605 คัน ต่อมาตรวจสอบพบว่าเป็นเรื่องปลอม จึงขอมายังดีเอสไอให้ดำเนินการตรวจสอบ

“ภาพใหญ่ของเรื่องนี้คือ บัญชีเริ่มต้นจากบัญชีปลอม ก่อนส่งไปยังขนส่งทางบก และสร้างหลักฐานปลอมไปต่อบัญชีที่ขนส่งทางบก แต่ประเด็นที่ต้องดูคือรถที่นำไปจดทะเบียนปลอมนั้นมาอย่างไร โดยต้องแยกเป็น2ส่วน ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่าในจำนวนนี้มีรถที่มูลค่าสูงอยู่จำนวนหนึ่ง ส่วนตัวบัญชีที่ทราบเป็นบัญชีที่ทำขึ้นเมื่อปี 2559 ส่วนจะเชื่อมโยงกับขบวนการจดประกอบหรือไม่นั้น ต้องขอไปดูรายละเอียดทั้งหมดก่อน” รองโฆษกดีเอสไอ กล่าว

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนั้น ดีเอสไอจะต้องดูในชั้นต้นก่อน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.กระบวนการดำเนินการปลอมเอกสารต่างๆ เป็นความผิดทางอาญาที่ดีเอสไอจะรับไว้ดำเนินการได้ เมื่อคณะกรรมการคดีพิเศษพิจารณารับเรื่องไว้ และ 2.รถที่จดทะเบียนแล้ว 605 คัน บางกรณีอาจเป็นรถที่นำเข้ามาโดยไม่ถูกกฎหมาย จะต้องดูเทียบเคียงว่าเข้าลักษณะรถจดประกอบหรือรถที่นำเข้าไปผ่านศุลกากรหรือไม่ ซึ่งดีเอสไอมีอำนาจหน้าที่พ.ร.บ.ศุลกากร จะต้องไปดูเรื่องนี้เช่นกัน ทั้งนี้ เราจะต้องตรวจสอบทั้งหมดว่ารถทั้ง 1,136 คันนี้มาอย่างไร

Advertisement