ศาลแพ่งให้’แม่-น้องบีม’ไม่ต้องวางค่าธรรมเนียม ด้านสภาทนายถอดชื่อ’พิสิษฐ์’พ้นทะเบียน

6.07.17 | 13:35 น.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายวัชณ์ธิป แสดงมณี ทนายความอาสา พร้อมทั้งทนายความจากเนติบัณฑิตยสภา เดินทางมาที่ศาลแพ่งพร้อมกับ น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาและน้องบีม เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหายจากนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความคู่กรณีเป็นเงิน 3.4 ล้านบาท จากกรณีการโกงเงินสินไหมทดแทนจากการเกิดอุบัติเหตุจนทำให้บิดาของน้องบีมเสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จ่ายเงินให้น้องบีมและมารดาเพียง 2 แสนกว่าบาทนั้น ปรากฏว่าหลังจากศาลได้ไต่สวนนางพรทิพย์และน้องบีม ประกอบคำร้องของดเว้นค่าธรรมเนียมศาล 68,250 บาทที่ฟ้องเรียกเงินคืนจากทนายความนั้น ศาลได้อนุญาตให้งดเว้นค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมด จากนี้ก็ต้องรอนัดพิจารณานัดแรกในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งคดีแพ่งนั้นตัวนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความที่ถูกฟ้องยังไม่ต้องมาศาลก็ได้ โดยสามารถแต่งทนายความเข้ามาดำเนินการกระบวนพิจารณาได้ แต่ถ้านายพิสิษฐ์ไม่แต่งตั้งทนายความเข้ามา หรือแสดงตัวในการต่อสู้คดี ศาลแพ่งก็สามารถพิจารณาคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียวได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน แถบวงเวียนบางเขน ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกฝ่ายบริหาร และนายพัฒนา จาติเกตุ อุปนายกฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมพิจารณาการจำหน่ายชื่อนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ออกจากการเป็นทนายความ

ว่าที่ พ.ต.สมบัติกล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาทนายความเป็นวาระพิเศษพิจารณาคุณสมบัติของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ วันนี้คณะกรรมการ โดยว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ เป็นประธานในที่ประชุม มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง และมีการตรวจสอบราชกิจจานุเบกษาศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้นายพิสิษฐ์เป็นบุคคลล้มละลาย และขณะนี้ได้มีการปลดจากบุคคลล้มละลายแล้ว อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 43 เมื่อความปรากฏแก่คณะกรรมการบริหารสภาทนายความ ทนายความคนใดที่ขาดคุณสมบัติการเป็นทนายความให้คณะกรรมการสภาทนายความจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนทนายความ เพราะฉะนั้น เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นทนายความ ก็ถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็นทนายความตามมาตรา 35(7) เมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว คณะกรรมการจึงมีมติเสียงข้างมาก เห็นชอบให้จำหน่ายชื่อนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ออกจากทะเบียนทนายความ หลังจากนี้จะนำมติไปแจ้งต่อนายทะเบียน เพื่อทำหนังสือแจ้งถึงนายพิสิษฐ์ว่าหมดสิทธิการทำหน้าที่ทนายความ ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีที่ปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลายแล้วนายพิสิษฐ์ยังสามารถกลับมาเป็นทนายความได้หรือไม่ ว่าที่ พ.ต.สมบัติกล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติทนายความบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อปรากฏแก่คณะกรรมการว่าทนายความที่ขาดคุณสมบัติ ไม่ว่าก่อนหรือหลังการจดทะเบียนออกใบอนุญาตให้เป็นทนายความ คณะกรรมการต้องจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนทนายความ คณะกรรมการจึงมีมติดังกล่าว แต่เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วน ก็อาจจะมายื่นคำร้องขอใบอนุญาตได้อีกครั้ง ซึ่งคณะกรรมการจะต้องพิจารณาคุณสมบัติว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่

นายพัฒนากล่าวว่า ถึงแม้จะจำหน่ายชื่อนายพิสิษฐ์ออกจากการเป็นทนายความ แต่การกระทำที่กระทำไม่ถูกต้อง สภาทนายความยังดำเนินการสอบสวนต่อไป หลังเกิดเหตุมีทนายความที่เป็นเพื่อนสนิทของนายพิสิษฐ์ติดต่อผ่านมาทางตนจะขอเข้ามาที่สภาทนายความเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ถ้านายพิสิษฐ์นัดหมายมาเมื่อไรจะรายงานความคืบหน้าอีกครั้ง

Advertisement