เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 6 กรกฎาคม นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ.. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ซึ่งมีรศ.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธาน โดยได้ประชุมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า คณะกรรมการฯได้พิจารณาตามประเด็นที่ทางคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณาร่างพ.ร.บ.ฯ ที่มี นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) เป็นประธานรวบรวมประเด็นเข้ามา โดยมีทั้งหมด 14 ประเด็น และบวกเพิ่ม 3 ประเด็น ซึ่งจากการพิจารณาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เดิมทีตั้งใจจะพิจารณาให้แล้วเสร็จทั้งหมด แต่สุดท้ายยังเหลืออีก 2 ประเด็นใหญ่ และอีก 3 ประเด็นเพิ่มเติม โดยขอให้ไปพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นไปตามที่กำหนดเวลา

“โดย 2 ประเด็นใหญ่ คือ 1. ประเด็นแยกเงินเดือนบุคลากรสาธารณสุขออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว และ2. เรื่องการจัดซื้อยาที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ไม่มีอำนาจในการดำเนินการ ส่วนอีก 3 ประเด็น ซึ่งประเด็นที่ต้องรอพิจารณาเพิ่มยังมีเรื่องการใช้คำ ที่ต้องรอความคิดเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกา เนื่องจากติดภารกิจ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ในวันนี้(6 ก.ค.) โดยทั้งหมดจะนำเข้าพิจารณาในวันที่ 13 กรกฎาคม” นพ.มรุต กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นร่วมจ่ายพิจารณาแล้วหรือไม่ นพ.มรุต กล่าวว่า พิจารณาแล้ว แต่ทางคณะกรรมการฯขออนุญาตแจ้งพร้อมกับประเด็นทุกอย่างที่หารือจนได้ข้อสรุปเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีฯ ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นการประเมินผลกระทบจากการแก้กฎหมายทั้งแง่ดีและแง่อื่นๆที่ให้ทางสถาบันพระปกเกล้าพิจารณานั้น เบื้องต้นจะแล้วเสร็จวันที่ 12 กรกฎาคม แต่อาจต้องพิจารณาว่าจะเสร็จทันอีกหรือไม่ โดยไม่ต้องผ่านทางคณะกรรมการยกร่างฯ แต่จะเสนอต่อรัฐมนตรีฯโดยตรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 14 ประเด็น คือ 1. การจ่ายเงินให้กับหน่วยงาน/องค์กร ที่ไม่มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย 2. กรอบการใช้เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 3. การจ่ายเงินโดยตรงแก่บุคคล ไม่จ่ายผ่านหน่วยบริการตามกฎหมายกำหนด 4. เงินเหมาจ่ายรายหัวกับเงินที่ได้จากผลงานบริการให้รับเข้าเป็นรายได้ของหน่วยบริการ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็น และใช้ตามระเบียบเงินบำรุงฯ ได้ 5. นิยาม “บริการสาธารณสุข” คือ บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งให้แก่บุคคล 6. เงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการ ครอบคลุมทุกสิทธิ 7. เงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้รับบริการ ครอบคลุมทุกสิทธิ และยกเลิกการไล่เบี้ย
8.การจัดระบบหลักประกันสุขภาพให้ครอบคลุมทุกคนที่อยู่บนแผ่นดินไทย 9. การร่วมจ่ายค่าบริการ 10. การจัดซื้อร่วมยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ 11. องค์ประกอบ จำนวน อำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 12. องค์ประกอบ จำนวน อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข 13. แยกเงินค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการในส่วนเงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากรส่วนที่จ่ายจากเงินงบประมาณของหน่วยบริการภาครัฐออกจากงบเหมาจ่ายรายหัวของกองทุนฯ และ 14. การใช้จ่ายเงินบริหารของ สปสช. ไม่ต้องส่งคืนคลังเพื่อความคล่องตัว และการปรับปรุงคุณสมบัติของเลขาธิการ สปสช.
ส่วน 3 ประเด็นเพิ่มเติม คือ 1. กรณีไม่เห็นด้วยต่อกระบวนการยกร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวตั้งแต่เริ่มแรก เนื่องจากมองว่าเพิ่มเติมนอกเหนือจากคำสั่ง ม.44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 2. ประเด็นการครอบคลุมสิทธิทุกสิทธิให้ได้มาตรฐานเดียว มีความเสมอภาคอย่างแท้จริง และ 3. กระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ยังไม่ได้รับการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เนื่องจากควรเปิดให้แสดงความคิดเห็นตั้งแต่ก่อนยกร่าง พ.ร.บ.

