เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. ที่ชุมชนป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพฯ มีการประชุมครั้งสุดท้ายโดยคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ได้แก่ 1.ฝ่าย กทม. นำโดยนายยุทธพันธุ์ มีชัย เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2.ฝ่ายทหาร โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ 3.ฝ่ายชุมชนและนักวิชาการ เพื่อพิจารณาเนื้อหาเอกสารข้อเสนอที่จะนำไปสู่การลงนามร่วมกันของทุกฝ่าย ตามจุดประสงค์เพื่อหาทางออกของปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน 25 ปี หลังจากมีการประชุมและลงพื้นที่ชุมชนรวมหลายครั้งในระยะเวลาราว 2 เดือนที่ผ่านมา โดยมีนักวิชาการ นักศึกษา และหน่วยงานจากภาคส่วนต่างๆ จากภายนอกหลายราย อาทิ นายฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ผู้บริหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, ดร.รังสิมา กุลพัฒน์ นักวิจัยประจำแคโรไลนา เอเชีย เซ็นเตอร์ มหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมร่วมสังเกตการณ์
ต่อมาเวลา 15.10 น. การประชุมครั้งสุดท้ายในภาคบ่าย ได้มีการเปิดเอกสารรายงานการประชุมที่มีการแก้ไขในช่วงเช้า โดยมีการนำเอกสารขึ้นจอโปรเจ็กเตอร์เพื่อให้ชาวบ้านร่วมอ่านเอกสารพร้อมกัน ขณะที่นักวิชาการมองว่า ยังมีหลายส่วนที่มีข้อความตกหล่นหายไปไม่ครบถ้วนจากรายงานในการประชุม ทำให้มีการอภิปรายเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาในเอกสารอีกครั้ง
โดย ดร.นิกฮิว โจชิ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญตอนนี้คือคนทั้งโลกกำลังจับตาดูอยู่ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไปที่อังกฤษก็มีการพูดถึงป้อมมหากาฬ แสดงว่าเป็นที่จับตาดูว่า รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐจะตัดสินใจอย่างไรกับกรณีนี้ ซึ่งจะตัดสินใจอย่างไรก็ตามจะเป็นภาพลักษณ์ของรัฐบาลเลยว่าจะไม่มีการต่อต้านกับประชาชน และเขาคิดว่าจะมีการพูดคุยกันและจะมีข้อสรุปที่ดี
“ประเด็นสำคัญที่สุด ผมมีข้อเสนอว่าควรให้เกิดความสมดุลกัน ว่าจะมีการคำนึงถึงคน กับมีการคำนึงถึงเรื่องพื้นที่สาธารณะ และการใช้ประโยชน์เรื่องการท่องเที่ยวอย่างไร เพราะจะเป็นภาพลักษณ์ที่คนทั้งประเทศจับตา” ดร.นิกฮิวกล่าว

