บิ๊กเต่า ปฏิเสธฉุนอธิบดีป่าไม้ เผยแค่แนะนำ ป่าเชียงใหม่พรุน ซิปไลน์บุก 12 ที่ จับดำเนินคดีไปแล้ว 6

6.07.17 | 17:37 น.

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีการสร้างสนามบินพังงาของบริษัทบางกอกแอร์เวย์ส ที่ขออนุญาตใช้ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา กว่า 2,000 ไร่ ว่า เจ้าหน้าที่รัฐต้องทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นประชาชนในการก่อสร้างสนามบินพังงา ซึ่งพบว่ายังมีประชาชนบางส่วนไม่ได้ให้ความเห็น ไม่มีทหารหรือเจ้าหน้าที่คนไหนสามารถทำได้เอง เพราะเป็นสนามบินพลเรือน ส่วนตัวคิดว่า ทุกฝ่ายน่าจะร่วมกันให้ความเห็นในเรื่องนี้

ด้าน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า เรื่องการสร้างสนามบินเป็นเพียงขั้นตอนที่ทางจังหวัดมาขออนุญาตเท่านั้น ซึ่งได้มอบหมายให้นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส.ไปดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยมีนายรัชฏา สุริยกุล ณ อยุธยา รองปลัด ทส.เป็นประธาน เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาให้รอบคอบและรอบด้าน ต้องพิจารณาว่ามีความจำเป็นต้องมีการสร้างสนามบินหรือไม่ รวมไปถึงความมั่นคงของชาติต้องดูว่าการบินไปทับเส้นการบินของฝ่ายความมั่นคงหรือไม่ เพราะมีฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 อยู่ละแวกนั้นด้วย อีกทั้งยังต้องลงตรวจสอบพื้นที่ว่าเป็นป่าเสื่อมโทรมจริงหรือไม่ สามารถนำมาฟื้นฟูเป็นป่าได้ไหม ชุมชนบริเวณนั้นมีความคิดเห็นอย่างไร ส่วนผู้ดำเนินการก่อสร้างก็ต้องดูว่าเป็นการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยสร้างเองหรือไม่ หากดึงเอกชนเข้าร่วมทุนก็เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนด้วย ซึ่งต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้วย และการขอใช้พื้นที่ป่าเกิน 1,000 ไร่นั้นจะต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี คาดว่าเรื่องนี้ยังต้องดำเนินอีกหลายขั้นตอนต้องใช้เวลาอีกนาน

เมื่อถามถึงกรณีการเผยแพร่เอกสารราชการกรณีโครงการก่อสร้างสนามบิน จ.พังงา ที่ พล.อ.สุรศักดิ์มีคำสั่งแนบท้ายในทำนองตำหนิการทำงานของนายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้นั้น พล.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า ไม่ได้ฉุนการทำงานของอธิบดีกรมป่าไม้ แต่ให้คำแนะนำในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในระดับนโยบายอยู่แล้ว

ด้านนายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าเรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ประกอบการเครื่องเล่นโหนสะลิง หรือซิปไลน์ ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขานาคเกิด คาบเกี่ยวกับป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา จ.ภูเก็ต ว่า ล่าสุดนั้นทาง จ.เชียงใหม่ได้ส่งเอกสารยืนยันความผิดกรณีที่นายสุสรัญ โต๊ะพาน เจ้าของซิปไลน์แม็กซ์ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นรายเดียวกับที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งศาลพิพากษาให้จำคุก 1 ปี ปรับ 25,000 บาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี และให้คุมประพฤติ 1 ปี เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559 แต่นายสุสรัญยังมาทำความผิดซ้ำอีกที่ จ.ภูเก็ต ในขณะที่อยู่ระหว่างการรอลงอาญาและการคุมประพฤติ แสดงให้เห็นว่าไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง

หัวหน้าชุดปฏิบั ติการพยัคฆ์ไพรกล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีผู้ประกอบการซิปไลน์ที่ จ.เชียงใหม่ ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จ.เชียงใหม่นั้น ตรวจสอบพบว่ามีผู้บุกรุกถึง 12 ราย ดำเนินคดีไปแล้ว 6 ราย ในจำนวน 6 รายนั้นรื้อไปแล้ว 2 ราย ติดประกาศให้เจ้าของรื้อเอง 1 ราย ส่วนรายที่ยังไม่ดำเนินคดีนั้น เจ้าของผู้ครอบครองเอาเอกสารมาแสดง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบความถูกต้องและที่มาที่ไปของเอกสารสิทธิการครอบครองที่ดินดังกล่าวอยู่

Advertisement