เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านแวง หมู่ที่ 1 ต.บัวน้อย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายปรีชา ส่งเสริม หัวหน้าผู้ประสานงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดศรีสะเกษ ที่ 2 บุกเข้าไปเพื่อทำการตรวจสอบและจับกุม พระอาทิตย์ จำปาเรือง อายุ 27 ปี พระลูกวัดบ้านแวง หลังจากที่มีประชาชนร้องเรียนโทรศัพท์สายตรงไปยัผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ว่า พระอาทิตย์ มีพฤติการณ์แอบลักลอบเสพและขายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในเขตพื้นที่ อ.กันทรารมย์ มานานแล้ว ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเดินทางไปที่วัดดังกล่าว พบ พระอาทิตย์ กำลังนั่งเสพยาบ้าอยู่บนกุฏิ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เมื่อ พระอาทิตย์ เห็นเจ้าหน้าที่ได้แสดงอาการตกใจ เดินลงมาจากกุฏิ แล้ววิ่งหนีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งไล่ติดตามจับกุมไปอย่างกระชั้นชิด และสามารถจับกุมตัวพระอาทิตย์ไว้ได้ที่บริเวณหน้าวัดที่เกิดเหตุ พร้อมยาบ้าซึ่ง พระอาทิตย์กำไว้ในมือและโยนทิ้งขณะวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ จำนวน 2 เม็ดครึ่ง ซึ่งกว่าจะจับกุมตัว พระอาทิตย์ ได้ ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ ถึง 5 คน เนื่องจาก พระอาทิตย์ แสดงอาการขัดขืน จนเกิดการชุนมุนขณะจับกุม ซึ่งกว่าจะสามารถจับกุมพระอาทิตย์ได้ต้องใช้เวลาพอสมควร และ ยอมจำนนกับหลักฐาน ยาบ้า จำนวน 2 เม็ดครึ่ง ที่ตนโยนทิ้ง ซึ่งพระอาทิตย์ ได้ให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ว่า ได้ซื้อยาบ้ามาจากเพื่อน จำนวน 20 เม็ด เสพไปแล้ว 17 เม็ด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาจับกุมตน และ จากการตรวจปัสสาวะพบมีสารเสพติดในร่างกาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการขยายผลการจับกุม โดยให้ พระอาทิตย์ โทรศัพท์ติดต่อสั่งซื้อยาบ้า จาก นายทินกร หรือไผ่ ไชยภักดี อายุ 36 ปี ปรากฏว่า นายทินกร เกิดไหวตัวทันทราบว่า พระอาทิตย์ถูกจับกุมแล้ว พยายามพูดบ่ายเบี่ยงทางโทรศัพท์ว่าไม่มียาบ้าขายให้กับ พระอาทิตย์แล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านของ นายทินกร เมื่อไปถึงที่บริเวณหน้าบ้านของ นายทินกร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พบ นายทินกร ยืนอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านแม่ของนายทินกร ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกัน
ซึ่งเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ นายทินกร ได้ล่วงเอายาบ้าซึ่งใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีฟ้า ที่กระเป๋ากางเกงแล้วโยนทิ้งเข้าไปในบ้านแม่ของตัวเอง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าทำการจับกุมตัว นายทินกร และนำตัวไปตรวจสอบยาบ้าที่นายทินกรโยนทิ้งไป พบ เป็นยาบ้า จำนวน 147 เม็ด จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเข้าทำการตรวจค้นที่บ้านพักของนายทินกร ปรากฏว่า พบ ยาบ้าเพิ่มอีก จำนวน 1 ถุง จำนวน 200 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนไว้ที่ขาเก้าอี้ที่ทำจากไม้ไผ่ และ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยัง พบ อาวุธปืน ปากกา อีก จำนวน 1 กระบอก
สอบสวนนายทินกร รับสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมด จำนวน 347 เม็ด และ อาวุธปืน เป็นของตนซึ่งได้ซุกซ่อนไว้จริง จากการตรวจปัสสาวะของนายทินกร พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหากับ นายทินกร ในข้อหาว่า เสพ และ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครอบเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และ มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ส่วน พระอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวไปทำการสึก และแจ้งข้อกล่าวหาว่า เสพ และ มียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครอบโดยผิดกฎหมาย จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

