เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6 ลงพื้นที่ ตม.จว.สงขลา เพื่อตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ และประชุมกำชับการทำงานให้เป็นไปตามนโยบายของ คสช. และหารือระดับผู้บริหารเพื่อปรับปรุงระบบการทำงานให้มีความรัดกุม บริการด้วยความสะดวก ทันสมัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมทั้งเตรียมนำระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติมาติดตั้งเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน ลดการเผชิญหน้า ลดการใช้ดุลพินิจ ตัดโอกาสเรียกรับผลประโยชน์
โดย พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวว่า มาตรการของ คสช.เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ขยายระยะเวลาบังคับใช้ในบางมาตราออกไปอีก 6 เดือน ให้เวลาผู้ประกอบการที่จ้างแรงงานต่าวด้าวผิดกฎหมายดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน และกำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายทุกหน่วยไม่ให้มีการทุจริต เรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งทันทีที่มีมาตรการดังกล่าวออกมา ตนได้มีวิทยุด่วนที่สุดสั่งการให้หน่วย ตม.ทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และตรวจสอบเอกซเรย์หน่วยงาน ไม่ให้มีการทุจริต เรียกรับผลประโยชน์ ในวันนี้ ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยด่าน ตม.จว.สงขลา ซึ่งก่อนหน้านี้มีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่บางนายที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมออกนอกพื้นที่ พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวน หากการตรวจสอบพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรการของ คสช. จะถูกดำเนินการทางวินัยและทางอาญา
พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางในการปรับปรุงระบบการทำงานของด่าน ตม.สะเดา ได้มีการย้ายช่องตรวจขาเข้าทั้งหมดขึ้นไปบนอาคารผู้โดยสาร ซึ่งมีระบบกล้องวงจรปิดตรวจสอบการทำงานตลอดเวลา ทำให้เกิดความโปร่งใส และได้ดำเนินการให้มีการติดตั้งระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ สำหรับประเด็นการเก็บค่าธรรมเนียมล่วงเวลา เป็นการปฏิบัติตามกฎกระทรวง รายได้ส่วนนี้ สตม.ได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน การดำเนินการมีการตรวจสอบทบยอดกับระบบการบันทึกการเดินทางเข้า-ออกอย่างรัดกุม ขั้นตอนการปฏิบัติเป็นไปตามระบียบของทางราชการทุกประการ ประชาชนบางส่วนอาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะตามระเบียบจะเรียกเก็บเฉพาะคนโดยสารพาหนะ ที่เดินทางผ่านด่านนอกเวลาทำการ ดังนั้นเพื่อความเข้าใจของประชาชน ตนได้สั่งการให้จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์และสติ๊กเกอร์ขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดเจน ติดตั้งที่ช่องตรวจระบุชัดเจนว่าการเดินทางผ่านในเวลาราชการไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเข้าใจตรงกันของทุกฝ่าย


