จากกรณีร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุดสั่งการให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านตรวจอาคารผู้โดยสาร ตรวจค้นจับกุมกระเป๋าต้องสงสัย พบนอแรด 21นอ น้ำหนัก 49.4 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 173 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย และ พ.ต.ต.วรภาส บุญศรี รองอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระบุรี อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม นายประณต ผ่องแผ้ว ผู้ตรวจการอัยการ ประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สอบข้อเท็จจริงตามที่อัยการสูงสุดสั่งการเสร็จเรียบร้อย และส่งผลการสอบข้อเท็จจริงไปยังอัยการสูงสุดเมื่อหลายวันก่อน โดยคณะกรรมการสอบข้อเท็จส่งความเห็นว่าพ.ต.ต.วรภาส มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะกระทำผิดวินัยและสมควรตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย กับ พ.ต.ต.วรภาส โดยขั้นตอนหลังจากนี้อัยการสูงสุดจะเป็นผู้พิจารณาตั้งกรรมการสอบสวนวินัย จะเป็นกรรมการชุดใหม่ โดยคณะกรรมการสอบวินัยจะสอบสวนว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นวินัยร้ายแรงหรือไม่ ถ้าเห็นเป็นวินัยไม่ร้ายแรงจะลงโทษตามระเบียบ แต่ถ้าเห็นว่าพฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรงตรงนี้จะต้องมีการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงขึ้นมาอีก1ชุด
นายประณต กล่าวต่อว่า หลังจากมีการตั้งกรรมการสอบวินัย พ.ต.ต.วรภาส กรรมการชุดดังกล่าวจะมีกรอบระยะเวลาสอบสวนเพื่อให้ได้ผลภายใน 30 วัน และขยายได้ครั้งละ30วัน หลังจากกรมการสอบวินัยสอบเสร็จตามกรอบระยะเวลา จะต้องทำความเห็นกลับมายังอัยการสูงสุด ว่าพ.ต.ต.วรภาสได้กระทำผิดหรือไม่ และถ้าผิดเป็นวินัยร้ายแรงจะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาลงโทษของคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)อีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามขั้นตอนแล้วกว่า ก.อ.จะลงโษษจะใช้ระยะเวลานานมากหรือไม่ นายประณต กล่าวว่า คาดว่าอาจใช้ระยะเวลานาน แต่เนื่องจากเป็นการเอาคนออกจากราชการ หรือลงโทษวินัยจะต้องรอบคอบ ที่ผ่านมาในการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ใช้ระยะเวลาตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการประมาณ 80วัน เพราะเรามีการสอบนอกหน่วยงานที่จะต้องเชิญบุคคลมาให้ถ้อยคำ
เมื่อถามว่าจากพฤติการณ์แล้ว พ.ต.ต.วรภาส จะผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ นายประณต กล่าวว่า คงตอบไม่ได้ แต่ตนพูดได้อย่างหนึ่งว่า ในเรื่องนี้พ.ต.ต.วรภาส ถูกตั้งข้อหาและอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องดำเนินคดีต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการไปแล้วในส่วนของคดีอาญา ส่วนทางวินัยมีการดำเนินการควบคู่ไปด้วย

