เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ห้องประชุม ศปก.สน.โชคชัย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมพ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว แถลงผลการจับกุมตัวนายเหมันต์ หรือ หนาว สุดเฉลียว อายุ 27 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด าและน.ส.ศรีสมร หรือ ติ๊ก ลาภเหลือ อายุ 34 ปี ชาวกรุงเทพฯ ทั้งสองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ภายหลังทั้ง 2 คนร่วมกับนายแจ็ค (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ) ก่อเหตุขโมยปลาคาร์ฟจากบ่อซีเมนต์หน้าร้านโปรมีเดีย เลขที่ 37 ถ.สุคนธสวัสดิ์ 24 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน เวลา 01.15 น. โดยจับกุมได้บริเวณบ้านเลขที่ 901 / 112 ซอยภาวนา แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สน.โชคชัยได้รับแจ้งจากน.ส.ประภาพร จิตต์ชื่น อายุ 35 ปี ผู้เสียหาย ว่าถูกคนร้ารลักปลาคาร์ฟจากหน้าร้านโปรมีเดีย ถ.สุคนธสวัสดิ์ 24 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯไป 7 ตัวเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทราบว่าเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน เวลาประมาณ 01.15 น. พบคนร้ายเป็นชาย 2 คน เป็นหญิง 1 คนเดินเข้ามาจุดเกิดเหตุแล้วช่วยกันตักปลาภายในบ่อซีเมนต์ใส่ถุงก่อนหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าพบบุคคลแต่งตัวคล้ายกับผู้ก่อเหตุในภาพวงจรปิด อีกทั้งเป็นบุคคลตามหมายจับปรากฏตัวอยู่บริเวณชุมชนริมคลองลาดพร้าวท้ายซอยภาวนา จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบนายเหมันต์ และน.ส.ศรีสมร อยู่ภายในบ้านบ้านเลขที่ 901 / 112 จึงแสดงตัวพบเครื่องแต่งกาย และกระเป๋าสะพายตรงตามภาพที่ปรากฏในวงจรปิด อีกทั้งยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง
นายเหมันต์รับสารภาพว่า อยู่ในชุมชนริมคลองลาดพร้าว เร่ขายพวงกุญแจตามร้านหมูกระทะ ก่อนเกิดเหตุเเห็นบ่อปลาคาร์ฟ จึงคิดจะเอาไปประทังความหิวเพราะไม่มีตังค์ซื้อข้าว นำสวิงช้อนปลาใส่ถุงกลับบ้าทอดกิน ยอมรับว่าได้ร่วมกับนายแจ๊ค ที่ยังหลบหนีอยู่ก่อเหตุลักปลาคราฟ ที่หน้าสำนักงานนายหน้าประกันวินาศภัย ซ.ลาดพร้าว101 ได้ปลาไป12 ตัว เป็นปลาคราฟ 10 ตัว ปลาทับทิม 1 ตัว ปลาดุกเผือก 1 ตัว ก่อนมาถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป กับนายเหมันต์ และน.ส.ศรีสมร ส่วนนายแจ็ค (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ) ที่ร่วมก่อเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน

