“บ.นิชคาร์”แจงนำเข้ารถหรูถูกต้อง หลังดีเอสไออายัด83คัน โอดสูญ700ล้าน

14.07.17 | 17:13 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่ศูนย์บริการและจัดจำหน่ายรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ของบริษัท นิช คาร์ จำกัด ถนนเลียบทางด่วนมอเตอร์เวย์ กม.1 ฝั่งขาเข้า แขวงและเขตสวนหลวง นายเสรี ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนนำเข้ารถหรูหลายยี่ห้ออย่างเป็นทางการในประเทศไทย และรายใหญ่ระดับเอเชีย แถลงความคืบหน้ากรณีการถูกเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ อายัดรถที่อยู่ในบริษัททั้งหมด83คัน จนทำให้กิจการได้รับความเดือดร้อน

นายเสรี กล่าวว่า ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไออายัดรถหรูที่อยู่ภายในบริษัททั้งหมด 83 คัน รวมถึงรถของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการซ่อมแซมบำรุงรักษาและฝากขายเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่อ้างว่ารถทั้งหมดมีการสำแดงราคาเท็จ จนถึงวันนี้นับเป็นเวลานานกว่า2เดือนแล้ว ขณะนี้รถทั้งหมดยังไม่ได้รับการถอนอายัด และสามารถนำออกไปได้ จะมีก็เพียงรถของลูกค้าที่สามารถนำออกไปได้แต่ต้องมีข้อแม้อยู่ว่า ลูกค้าจะต้องเซ็นยินยอมรับเงื่อนไขที่ทางดีเอสไอกำหนดขึ้นมาคือ หากนำรถออกไปแล้วห้ามนำไปขายให้กับบุคคลอื่น หรือทำให้เกิดการชำรุด เสียหาย หากผิดเงื่อนไขจะถูกปรับเงิน 15 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไม่มีลูกค้าคนใดกล้านำรถออกไป

นายเสรี กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้าซื้อขายรถหรูมานานกว่า30ปี รถที่นำเข้ามานั้นเสียภาษีถูกต้องตามขั้นตอนกระบวนการของกรมศุลกากรกรทุกคัน และไม่เคยมีประวัติว่ารถที่นำมาขายเป็นรถที่ถูกโจรกรรม หรือรถจดประกอบ แต่กลับถูกทางทางดีเอสไอกล่าวหาว่ารถของบริษัทมีการสำแดงราคาเท็จ การกล่าวหาดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก และเป็นครั้งแรกที่การนำเข้ารถของบริษัทตนมีปัญหา อีกทั้งยังรู้สึกเสียใจและเสียดายความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อบริษัทของตน เพราะการที่จะเป็นได้อย่างทุกวันนี้ เป็นเรื่องที่ยากมาก

Advertisement

“ทั้งนี้ในส่วนขั้นตอนการดำเนินการหลังจากนี้ จะต้องนำเอกสารหลักฐานต่างๆไปชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ขณะนี้เรายังไม่ได้ติดต่อไป อยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน ที่ผ่านมารับทราบข้อมูลจากดีเอสไอผ่านสื่อว่ากรณีที่ต้องทำการอายัดรถของบริษัทนั้น เนื่องจากราคารถลัมโบร์กีนี ที่จะต้องตั้งราคาขายนั้นจะต้องอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท แต่ราคารถของบริษัทตนตั้งราคาถูกกว่า จึงทำให้เกิดข้อสงสัยในส่วนนี้ว่ามีการแจ้งสำแดงราคาเท็จเพื่อเลี่ยงการเสียภาษีมูลค่าสูงหรือไม่ ขอชี้แจงว่า บริษัทเป็นดีลเลอร์ขนาดใหญ่ มีการสั่งซื้อรถนำเข้าจากผู้ค้าครั้งละหลายคัน จึงทำให้ได้ราคารถที่ถูกกว่ากลุ่มผู้ค้าเกรย์มาร์เก็ตจากผู้ค้าเป็นธรรมดา จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมในส่วนนี้ด้วย เพราะที่ผ่านมาทำถูกต้องตามขั้นตอนของทางกรมศุลกากรทุกอย่าง”นายเสรีกล่าว

นายเสรี กล่าวอีกว่า จาก2เดือนที่ผ่านมา การที่บริษัทไม่สามารถซื้อขายรถได้ตามปกติ ส่งผลให้ทางบริษัทขาดรายได้ไปกว่า 6-7 ร้อยล้านบาท เมื่อประเมินจากรถที่เราควรจะขายได้ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าว แต่ไม่คิดที่จะไปฟ้องร้องเอาผิดอะไรกับทางดีเอสไอ ขอเพียงแค่อยากร้องขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งหาข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้เร็วที่สุด เพื่อที่บริษัทจะได้ดำเนินกิจการได้ตามปกติ และยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหากับใคร