คพ. ร่วมจัดการขยะเมืองพัทยาป้องกัน แก้ไข น้ำท่วมขัง

14.07.17 | 17:53 น.

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม  มีรายงานข่าวพบสภาพชายหาดและหน้าอ่าวบริเวณพัทยาใต้ ด้านหลังสถานีสูบน้ำในโครงการระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา ใกล้ปากทางเข้าโครงการวอล์คกิ้งสตรีท ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตลอดแนวชายหาดในระยะความยาวกว่า 300 เมตร สภาพผืนทรายมีสีดำสกปรกจากเศษขยะสิ่งปฏิกูลและน้ำเน่าเสีย น้ำมีลักษณะเป็นตะกอนขุ่นดำแพร่กระจายเป็นวงกว้างกว่า 1 ตารางกิโลเมตร ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ไม่ดีด้านสิ่งแวดล้อม และการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั่วโลก นอกจากนี้ยังพบพื้นที่อีก 25 จุด บริเวณด้านท้ายแหลมฉบังและชายหาดพัทยากลางมีคุณภาพเสื่อมโทรมมาก จึงควรดำเนินการจัดทำแผนเพื่อลดและกำจัดมลพิษ โดยเฉพาะกรณีของน้ำเสียและขยะมูลฝอย ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้น้ำทะเลอาจประสบปัญหาวิกฤตได้ในอนาคต

ทั้งนี้ เมืองพัทยาถูกประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2535 มีปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นประมาณ 116,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีระบบบำบัดน้ำเสีย 2 แห่ง ได้แก่ ระบบบำบัดน้ำเสียที่ซอยวัดบุณย์กัญจนาราม สามารถรองรับน้ำเสียได้ประมาณ 43,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันปัจจุบันน้ำเสียเข้าระบบประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระบบบำบัดน้ำเสียที่ซอยวัดหนองใหญ่สามารถรองรับน้ำเสียได้ประมาณ 65,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปัจจุบันมีน้ำเสียเข้าระบบประมาณ 80,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันซึ่งเกินขีดความสามารถการบำบัดของระบบบำบัดฯ และมีเครื่องจักรชำรุด ซึ่งเมืองพัทยาอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม โดยประสานดำเนินการร่วมกับองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.)

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่าคพ.ได้ประสานเมืองพัทยา เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขเก็บขยะและฟื้นฟูชายหาด และเร่งปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพสามารถรองรับปริมาณน้ำเสียทั้งหมดได้ โดยประสานดำเนินการร่วมกับองค์การจัดการน้ำเสีย รวมทั้งให้เร่งดำเนินการเรื่องการทำข้อตกลงการให้บริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา (MOA) กับองค์การจัดการน้ำเสียด้วยโดยขอให้ จ.ชลบุรีช่วยกำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินงานระบบบำบัดน้ำเสียมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษจะร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อดำเนินการติดตาม และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำทะเลในบริเวณดังกล่าวด้วย

ในส่วนของข่าวที่นำเสนอว่าพบพื้นที่อีก 25 จุด ด้านท้ายแหลมฉบัง และบริเวณชายหาดพัทยากลาง มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมมากนั้น จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลในจังหวัดชลบุรีของกรมควบคุมมลพิษ ตั้งแต่อ่าวชลบุรีจนถึงช่องแสมสาร  25 จุด พบว่า คุณภาพน้ำทะเลโดยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้ขึ้นไป ยกเว้นบริเวณ อ่าวชลบุรี อ่าวศรีราชา ท่าเรือแหลงฉบัง  ตอนท้าย และท่าเรือสัตหีบ อย่างไรก็ดี กรมควบคุมมลพิษ ได้มีการหารือกับจังหวัดชลบุรีให้มีการศึกษาแนวทางการจัดการน้ำเสียในภาพรวม(Strategicenvironmentalassessment:SEA) เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียในจังหวัดชลบุรีในภาพรวมทั้งหมด ทั้งนี้คพ.จะประสานสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อจัดทำแผนการจัดการน้ำเสียระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียในภาพรวมของพื้นที่ด้วย