เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีญาติผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ ระบุว่ามีการฝากเงินให้กับผู้ต้องขังสัปดาห์ละ 5,000-7,000 บาท เพื่อนำมาซื้ออาหารในร้านค้าเรือนจำว่า เรื่องดังกล่าวทางนายสมบุญ มาศประมุท ผบ.เรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแล้ว เบื้องต้นทราบว่าจะมีการติดต่อบุคคลที่ระบุถึงกรณีดังกล่าวมาให้ข้อมูลกับทางเรือนจำ และจากการตรวจสอบบัญชีการใช้จ่ายเงินของผู้ต้องขังของเรือนจำ ไม่พบว่ามีการฝากเงินตามจำนวนดังกล่าว เพราะเรือนจำแต่ละแห่งจะมีข้อจำกัดในการใช้จ่ายเงินของผู้ต้องขัง โดยจะให้ใช้จ่ายวันละ 300 บาทเท่านั้น
นายกอบเกียรติกล่าวว่า ถึงแม้ญาติจะฝากเงินซื้อของจากร้านค้าก็จะใช้จ่ายได้เพียง 300 บาท/วัน เพราะถ้าไม่กำหนดก็จะเกิดปัญหา เดี๋ยวสั่งให้ญาติซื้อของเป็น 1,000 บาท เอาของไปเก็บไว้ สร้างอำนาจบารมีในกลุ่มผู้ต้องขังด้วยกัน ก็กลายเป็นปัญหาในเรือนจำ ดังนั้นเรือนจำจึงต้องมีการควบคุมค่าใช้จ่ายของผู้ต้องขัง และโดยระเบียบปฏิบัติของเรือนจำทุกแห่งจะรับฝากเงินให้ผู้ต้องขังคนละไม่เกิน 9,000 บาท/เดือนเท่านั้น และปกติแล้วจะรับแค่ 6,000 บาท เพื่อให้เพียงพอใน 1 เดือน ใช้จ่าย วันละ 300 บาท หากเกินจากนั้นจะไม่รับเพราะจะเป็นปัญหาทั้งในส่วนเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์จึงออกระเบียบดังกล่าวมา
นายกอบเกียรติกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามไม่แน่ใจว่าเงินที่ญาติมีการกล่าวอ้างถึงนั้นเป็นเงินส่วนใด เพราะจากที่เคยพบอาจจะเป็นเรื่องของการพนันหรือไม่ โดยมีการบอกญาติให้โอนให้บุคคลหรือญาติผู้ต้องขังที่ถูกคุมขัง เนื่องจากเสียพนัน แต่จะไม่โอนเข้าบัญชีหรือบุ๊กผู้ต้องขังในเรือนจำ สำหรับการพนันที่เล่นในคุกมีสารพัดวิธี ซึ่งเรือนจำแต่ละแห่งก็เข้มงวดกวดขัน ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาต่อการควบคุม แต่เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ยาก เล่นกีฬา ดูกีฬา เล่นหมากฮอส ก็พนันได้ อุปกรณ์ก็หาคิดประดิษฐ์กันตลอดเวลา

