จากกรณีด.ต.นิติ อัญชลี ผบ.หมู่จร.สน.ท่าข้าม ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจ บริเวณด่านพระราม 2 เรียกตรวจรถเบนซ์ป้ายแดง แต่จู่ๆคนขับรถเบนซ์ได้เร่งเครื่องแหกด่านและลากร่างด.ต.นิติ ที่ขอตรวจเล่มทะเบียนรถไปไกลกว่า 5 เมตร ได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวคนขับรถเบนซ์ป้ายแดงมาดำเนินคดีนั้น
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ที่ สน.ท่าข้าม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.สน.ท่าข้าม พ.ต.อ.กิตติธเนศ ธนันทวีสิน ผกก.สส.บก.น.9 และ พ.ต.ท.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.ท่าข้าม ร่วมกันสอบปากคำ นายบัณฑิต สุวรรณเวคิน อายุ 59 ปี และนางจุฑามาศ ศรีพรม อายุ 52 ปี ภรรยา ผู้ต้องหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่, ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น หลังพากันเดินทางเข้ามอบตัวกรณีก่อเหตุขับรถเมอร์เซเดสเบนซ์ สีดำ รุ่น E 200 แต่ติดตัวอักษรใหม่เป็นรุ่น E 250 ทะเบียนป้ายแดง ผ 2529 กรุงเทพมหานคร ลากร่าง ด.ต.นิติ อัญชลิสังกาศ ผบ.หมู่งานจราจร สน.ท่าข้าม ร่างไถลไปกับพื้นถนนพระราม 2 จนได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติที่ ขณะเรียกตรวจเล่มทะเบียนรถ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยนางจุฑามาศ คนขับรถเบนซ์ รับสารภาพว่า รถคันดังกล่าวซื้อมาประมาณ4ปี เป็นรถรุ่น E 200 แต่นำป้าย E 250 มาติดเพราะอยากอัพเกรด ตอนนี้ติดค่างวดอยู่ 3 เดือน ปัจจุบันตนและสามีทำธุรกิจเกี่ยวกับการติดตั้งรอกและเครน ประกอบกับมีร้านอาหารชื่อว่าฮิปสเตอร์อยู่ย่านราชพฤกษ์ แต่เนื่องจากช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ระยะหลังจึงผ่อนรถแบบทบกันหลายงวด ในวันเกิดเหตุตนตกใจที่ตำรวจเรียกให้หยุดเพื่อขอดูเอกสารป้ายแดง และกลัวว่าจะถูกยึดรถคืนไฟแนนซ์ จึงเหยียบคันเร่งหลบหนีโดยไม่ตั้งใจ พอมาเห็นคลิปเผยแพร่เป็นข่าวออกไปรู้สึกสำนึกผิดและเสียใจอย่างมาก จึงชวนสามีไปปรึกษาทนายความและพากันเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน รวมถึงนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมากราบขอขมา ด.ต.นิติ ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ในวันนั้นด้วย
ด้าน ด.ต.นิติ กล่าวหลังรับการขอขมาจากผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ว่า ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว ถ้าหากทั้งคู่ยอมสำนึกผิด ตนก็พร้อมจะให้อภัย หลังจากนี้จะให้กระบวนกฎหมายดำเนินการต่อกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เพราะเมื่อเป็นคดีความไปแล้วตนไม่มีสิทธิ์จะไปก้าวล่วง อย่างไรก็ตามขอฝากบอกไปยังผู้ใช้รถใช้ถนนทุกรายให้รักษากฎและทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
ขณะที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากหลังดูคลิปรู้สึกกระทบความรู้สึกอย่างแรง ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา ได้ย้ำเตือนผู้ใต้บังคับบัญชาในส่วนของ บช.น.ให้ทำในสิ่งที่ถูกที่ควร เมื่อทำในสิ่งถูกทำในสิ่งที่ควรแล้วต้องมาได้รับบาดเจ็บอย่างนี้ตนก็เสียใจ แต่ถึงกระนั้นเมื่อผู้ต้องหาทั้ง 2 รายสำนึกผิดพร้อมมามอบตัวขอขมาลาโทษก็ยอมรับ แต่เรื่องทางกฎหมายจะต้องดำเนินคดีไปทั้ง3ข้อหา ความผิดทางอาญามีโทษจำคุกสูงสุด3ปี ปรับไม่เกิน6,000บาท วันนี้ผู้ต้องหาทั้ง2คนใช้หลักทรัพย์มาขอยื่นประกันตัวคนละ 50,000 บาท ก็ไม่ได้คัดค้านกันแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นนั้นหลังจากที่สื่อมวลชนนำคลิปในวันเกิดเหตุมานำเสนอเป็นข่าว ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.ท.ศิริชาติ จันทร์พรมมา และ พ.ต.ท.โชตินันท์ โชติเนตร สว.สส.สน.ท่าข้าม รับผิดชอบในการนำกำลังตามล่าตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้มาดำเนินคดีให้ได้ โดยฝ่ายสืบสวนได้ตามตัวไปที่บ้านพักและห้างร้านของผู้ต้องหาหลายจุด อาทิ ร้านอาหารฮิปสเตอร์ ย่านราชพฤกษ์ บ้านพักถนนพระราม 2 ซอย 38 บ้านพักถนนพระราม 2 ซอย 42 บ้านพักที่ถนนศรีนครินทร์ และห้องพักที่คอนโดมิเนียมย่านราษฎร์บูรณะ จนกระทั่งไปพบรถคันที่ก่อเหตุจอดอยู่ที่คอนโดมิเนียมดังกล่าวและทำการตรวจยึดมาไว้ที่ สน.ท่าข้าม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อผู้ต้องหารู้ตัวว่าถูกกดดันไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้วจึงปรึกษาทนายความพาเข้ามอบตัวยอมรับผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด

