ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่านายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ยกครัวพร้อมญาติ ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และทีมสืบสวนได้นำตัวนายประจักษ์ บุญทอย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/42 หมู่ 2 ต.ตากแดด อ.เมืองพังงา หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่โดนจับกุมไปชี้จุดก่อเหตุในพื้นที่สวนปาล์ม สวนยางพารา บ้านในหงบ ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นจุดแรกที่กลุ่มผู้ต้องสงสัยนำรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส ทะเบียน กต 5338 กระบี่ เป็นของภรรยานายวรยุทธไปเผาทำลาย พบเหลือแต่ซากโครงเหล็ก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เก็บกระป๋องกาแฟ เครื่องดื่มจำนวนหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ บริเวณใกล้เคียงเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักงานเก็บหลักฐานไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง ดีเอ็นเอ
จากนั้นเดินทางไปชี้จุดทำลายหลักฐานจุดที่ 2 เดินทางต่อไปที่บ้านเลขที่ 18/42 หมู่ 2 บ้านสวนพริก ต.ตากแดด อ.เมืองพังงา ซึ่งตั้งอยู่กลางสวนยางพาราห่างจากจุดแรกประมาณ 30 กิโลเมตร เพื่อชี้จุดที่ผู้ต้องสงสัยนำอาวุธและเมมโมรี่ของกล้องวงจรปิดไปฝังอำพรางก่อนนำรถเก๋งยาริสสีขาวของนายวรยุทธไปเผา

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กล่าวว่า คนร้ายได้พามาดูทั้ง 5 จุด โดยจุดแรกมีเมมโมรี่การ์ด 5 ชิ้น จุดที่ 2 พบกุญแจมือ ถุงมือสองชั้น ป้ายทะเบียนรถ ส่วนจุดที่ 3 พบปืนลูกโม่ 3 กระบอก เป็นปืนขนาด .38 จำนวน 2 กระบอก .357 จำนวน 1 กระบอก และ CZ 9 ม.ม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมทั้งกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่งวางอยู่ติดกับปืนแต่ละชนิด ส่วนอีกจุดพบสิ่งเทียมปืนมีลักษณะคล้ายปืนกลจำนวน 2 กระบอก ป้ายทะเบียน รถ เครื่องแต่งกาย ถุงมือ กุญแจมือ ปืนบีบีกัน เป็นปืนกลมือ 2 กระบอก ท่ามกลางฝนตกหนัก การทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้นในเวลา 04.00 น. จากนั้นเดินทางกลับมาไม่ได้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านพักของผู้เสียชีวิต เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องสงสัยกลุ่มคนร้ายมือสังหารหมู่มีทั้งหมด 7 คน เป็นชาว จ.พังงา 3 คน ชาว จ.ภูเก็ต 3 คน และชาว จ.นครศรีธรรมราช อีก 1 คน โดยมีนายปั๊ต หรือบังปั๊ต ชาว จ.ภูเก็ต เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งแนวทางการสืบสวนพบว่า นายปั๊ต หรือบังปั๊ต เป็นชาวมุสลิม เป็นนักธุรกิจเจ้าของบริษัทรถเช่าและปล่อยเงินกู้อยู่ที่ จ.ภูเก็ต โดยพฤติการณ์พบว่านายวรยุทธกู้ยืมเงินจากบังปั๊ตจำนวน 4 ล้านบาทมาระยะหนึ่งแล้วอาจจะไม่มีการส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนเลยกระทั่งวันเกิดเหตุ บังปั๊ตพาลูกน้องเดินทางมาหานายวรยุทธ กับนางดวงพร สังหลัง ภรรยาที่บ้านเกิดเหตุเพื่อเจรจาขอเงินกู้คืน และรอกระทั่งนายวรยุทธขับรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว กลับเข้าบ้านจึงถูกควบคุมตัว โดยมีการเจรจาขอเงินคืน ซึ่งนายวรยุทธโทรศัพท์ขอให้เพื่อนสนิทคนหนึ่งช่วยนำเงินมาให้เพื่อไถ่ชีวิตตนเองและครอบครัวที่ถูกจับเป็นตัวประกัน แต่ปรากฏว่าเพื่อนคนดังกล่าวไม่สามารถนำเงินมาไถ่ตัวได้ ทำให้บังปั๊ตเกิดความโมโหใช้อาวุธยิงนางอัญชลี บุตรเติบ เป็นคนแรก แต่กระสุนเฉียดขมับขวาจนเป็นลมล้มฟุบลงกองพื้น ทำให้กลุ่มคนร้ายคิดว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว ทำให้เหตุการณ์บานปลายจึงต้องสังหารทั้งหมดเนื่องจากทุกคนในบ้านเห็นใบหน้าคนร้ายแล้ว

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า หลังก่อเหตุผู้ก่อเหตุทั้งหมดแยกย้ายกันหลบหนี โดย 1 ในคนร้ายที่เป็นชาว จ.พังงา ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีเทา ทะเบียน กค-533 กระบี่ ของนางดวงพรไปเพียงคนเดียว ขับไปตามเส้นทางอ่าวลึก-คลองมะหรุ่ย ไปออกถนนทับปุด-พังงา มุ่งหน้า อ.เมืองพังงา ก่อนนำรถไปเผาทิ้งทำลายหลักฐาน ขณะที่ส่วนที่เหลือขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ป้ายแดง และรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ไปบนถนนทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) เข้าถนนทางหลวงหมายเลข 44 (เซาเทิร์นซีบอร์ด) กระบี่-กาญจนดิษฐ์ ไปออกถนนทางหลวงเอเชีย 41 ที่ อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี มุ่งหน้า จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นนำรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ไปจอดบ้านภรรยาของบังปั๊ต ที่ ต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ถูกตามยึดได้ ส่วนรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ป้ายแดง ไปจอดในพื้นที่ อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามอย่างเร่งด่วน ส่วนบังปั๊ตถูกตำรวจติดตามควบคุมตัวได้ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ก่อเหตุส่วนที่เหลือถูกจับได้ที่ จ.พังงา และนครศรีธรรมราช




