ร้องทุกข์”ร.พ.บางนา1″ โลเลทำคลอดเมียจนเป็นเหตุลูกตาย

17.07.17 | 15:21 น.

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายจิรทีปต์ อินทโชติ อายุ 35 ปี อาชีพพนักงานดูแลสินค้าบริษัทแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์พ.ต.ท.วัลลภ จำเนียรสวัสดิ์ สว.(สอบสวน) สน.บางนา เพื่อเอาผิด ร.พ.บางนา1 หลังจากนำน.ส.อารายา สมบัติปลา อายุ 30ปี ภรรยาท้องลูกชาย อายุครรภ์ 7 เดือน โดยใช้สิทธิ์ 30 บาท เข้ารักษาอาการตกเลือดแต่รพ.บางนา 1 แจ้งว่าอุปกรณ์ไม่เพียงพอ จึงต้องนำภรรยาไปรักษาที่รพ.นพรัตน์และรพ.สิรินธร ทั้งที่มีอาการตกเลือดอย่างหนักแต่สุดท้ายต้องกลับมารักษาที่รพ.บางนา 1 ตามสิทธิ์ 30 บาท กระทั่งลูกน้อยเสียชีวิตภายในครรภ์ของภรรยาแพทย์ต้องตัดสินใจผ่านำเด็กออก

นายจิรทีปต์ กล่าวว่า ภรรยาท้องลูกคนแรกกับตนแต่ภรรยาเคยมีลูกกับสามีคนเก่ามาแล้ว 2 คน อายุครรภ์ประมาณ 7 เดือนตรวจครรภ์กับรพ.บางนา1 มาโดยตลอด ล่าสุดไปตรวจมาเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หมอได้แจ้งว่าแม่ของเด็กครรภ์เป็นพิษ หลังกลับมาที่บ้านก็ไม่มีอาการอะไรผิดปกติกระทั้ง ช่วง 21.00น.ของวันที่ 10 กรกฎาคม ภรรยาปวดท้องอย่างรุนแรงและตกเลือดอย่างหนัก จึงได้ไปรพ.บางนา 1 ใช้สิทธิ์ 30บาท แต่เมื่อไปถึงยังรพ.บางนา 1 ทกลับแจ้งว่าภรรยามีอาการตกเลือดอย่างหนักต้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน แล้วแนะนำให้ไปรพ.ที่มีเครื่องมือแพทย์ที่พร้อมกว่านี้ โดยแนะนำมาหลายโรงพยาบาลซึ่งไกลอีกทั้งตนไม่รู้จักหนึ่งในนั้นมีรพ.นพรัตน์ตนจึงได้เรียกแท็กซี่พาภรรยาไปยังโรงพยาบาลดังกล่าว

นาย จิรทีป กล่าวต่อว่า แต่ขณะที่ภรรยาอยู่บนรถแท็กซี่อาการก็หนักขึ้นเรื่อยๆ ปวดท้องและตกเลือดมากกว่าเดิมกลัวว่าภรรยาและลูกในครรภ์จะเป็นอันตรายเพราะมีโรคประจำตัวเป็นโรคพารัสเมียด้วย จึงตัดสินใจแวะรพ.สิรินธรก่อน เมื่อเข้าไปได้นอนพักประมาณ 20 นาที กระทั้งอาการดีขึ้น จึงเดินทางไปรพ.นพรัตน์ ตามคำแนะนำจากรพ.บางนา 1 แต่เมื่อไปถึงรพ.นพรัตน์ กลับไม่มีใบส่งตัวจากรพ.บางนา 1และอีกทั้งทางรพ.นพรัตน์ ไม่สามารถรับเป็นคนไข้ฉุกเฉินอีกทั้งหากรักษาที่นี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเองถึงวันละ 1,000บาท พร้อมแนะนำให้กลับไปใช้สิทธิ์ 30บาท ที่รพ.บางนา 1 จะดีกว่าเพราะมีประวัติการการรักษาของภรรยามาโดยตลอดตนจึงต้องแบกภรรยาขึ้นแท็กซี่กลับมาที่รพ.บางนา 1อีกครั้งในเวลาประมาณ 01.00น.ของวันที่ 11 กรกฎาคม ใช้เวลาวิ่งหาที่รักษาภรรยากว่า 4ชั่วโมง กระทั้งรพ.บานาง 1 ยอมรับภรรยาเข้ารักษาโดยให้เหตุผลว่า อาการของภรรยาทรุดหนัก

นาย จิรทีปต์ เผยต่อไปว่า ขณะที่รักษาที่รพ.บางนา 1 เป็นครั้งที่ 2 ก็มีการให้เลือดกับภรรยาจนอาการของภรรยาดีขึ้นมากอาการตกเลือดดีขึ้นตนสามารถพูดคุยกับภรรยาได้อย่างปกติ ลูกในครรภ์อาการปลอดภัยดี แต่เมื่อเช้าของวันที่ 12 กรกฎาคมขณะที่ตนกลับไปที่บ้านเพื่ออาบน้ำทำธุระเก็บเสื้อผ้า ทางรพ.บางนา 1ก็แจ้งกับตนว่าภรรยาต้องเข้าผ่าตัดเอาเด็กออกโดยด่วนจึงรีบเดินทางมาที่รพ.ก็พบว่าภรรยายังอยู่ในห้องไอซียู ส่วนลูกในครรภ์หมอแจ้งว่าเสียชีวิตแล้ว ตนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่และตกใจสุดขีดเพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาอาการของภรรยาและลูกในครรภ์ยังปลอดภัยดีไม่มีอาการร้ายแรงแต่เหตุใดผ่านไม่ทันข้ามคืนอาการจึงเป็นแบบนี้ และเหตุใดถึงไม่ตัดสินใจผ่าเอาเด็กออกก่อนหน้านี้แล้วนำไปเข้าตู้อบ

“ไม่เข้าใจว่าทำไมรพ.บางนา1ถึงไม่รับภรรยาและลูกเข้าทำการรักษาตั้งแต่แรก หากรับรักษาตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 10 กรกฎาคม ลูกก็อาจจะรอด ขอให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับผมเป็นคนสุดท้าย และขอให้อย่าเกิดกับครอบครัวอื่นๆอีกเลย”นาย จิรทีปต์ กล่าว

Advertisement

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำนาย จิรทีปต์ ซึ่งใช้เวลากว่า 3ชั่วโมงยังไม่แล้วเสร็จ