‘ปิยะสกล’จ่อถก ‘วิษณุ’ ปม ‘กม.บัตรทอง’ สั่งปลัดสธ.-เลขาฯสปสช. ยุติ ‘แยกเงินเดือน’ สัปดาห์หน้า

17.07.17 | 16:20 น.
นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม นพ.ปิยะสกล  สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวภายหลังหารือร่วมกับ ผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(ฉบับ…) พ.ศ.. ว่า  หลังจากทางคณะกรรมการพิจารณายกร่างพ.ร.บ.ฯ ที่มี รศ.วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นประธาน เสนอร่างพ.ร.บ.ฯที่ผ่านการทำประชาพิจารณ์ รวบรวมมายังตนแล้วนั้น เมื่อช่วงบ่ายวันนี้(17 ก.ค.) ตนได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง มี รศ.วรากรณ์และมีรองประธานคณะกรรมการ 2 ท่าน คือ นพ.เสรี ตู้จินดา  และ นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา   รวมทั้งนพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)   และนพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)  รวมทั้งตัวแทนองค์กรภาคเอกชน(เอ็นจีโอ) มาเข้าร่วม  คือ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง กรรมการสปสช.สัดส่วนภาคประชาชน และนพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กรรมการสปสช.สัดส่วนภาคประชาชน เพื่อหารือถึงประเด็นต่างๆ ร่วมกัน

ศ.นพ.ปิยะสกล  กล่าวว่า  ส่วนใหญ่แล้วมีไม่กี่เรื่องที่ต้องไปพิจารณาเพิ่มเติม อาทิ เรื่องจัดการซื้อยา การแยกเงินเดือน เป็นต้น โดยในเรื่องการจัดซื้อยานั้นตนได้มอบให้ปลัดสธ.ไปหารือกับเลขาฯ สปสช.อีกครั้งในวันที่ 22-23 กรกฎาคมนี้ ภายใต้ข้อกำหนดที่ประชาชนต้องได้ประโยชน์เท่าเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม และทำให้ระบบเกิดความยั่งยืน สำหรับการแยกเงินเดือน ก็จะต้องมีการทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เช่น นอกจากแยกกับไม่แยกเงินเดือนแล้วจะสามารถมีทางเลือกที่สามได้อีกหรือไม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ในระยะยาวเป็นหลัก

“หลังจากทางปลัดสธ.และเลขาธิการสปสช.หารือเพื่อหาทางออกอื่นๆนั้น ก็จะเสนอต่อ รศ.วรากรณ์ หากปรับแก้เพิ่มเติมได้ก็จะดำเนินการ ขณะเดียวกันก็ต้องรอการพิจารณาร่างจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยว่า มีปรับปรุงอย่างไร หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยคาดว่าจะแล้วเสร็จขั้นตอนนี้ประมาณสัปดาห์หน้า  จากนั้นผมก็จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาและเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ต่อไป และล่าสุดในวันที่ 18 กรกฎาคม ผมจะนำข้อมูลทั้งหมดร่วมหารือกับท่านวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้วย” ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าว และว่า ส่วนเรื่องร่วมจ่ายนั้น ตนไม่ได้ไปปรับเพิ่มเติมอะไร เป็นไปตามที่คณะกรรมการเสนอมา

รศ.วรากรณ์ กล่าวว่า มั่นใจได้ว่าการแก้ไขกฎหมายบัตรทองในครั้งนี้ไม่มีใครเสียประโยชน์แน่นอน การแก้ไขก็ทำเพื่อประชาชนในอนาคต

ด้าน น.ส.สารี อ๋องสมหวัง คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  กล่าวภายหลังถูกเชิญในฐานะภาคประชาชนที่ได้ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการ สธ.  ว่า การประชุมครั้งนี้ได้รับแจ้งว่าเป็นการประชุมแบบไม่เป็นทางการ  โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมในครั้งนี้ว่า กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ในครั้งนี้ตั้งแต่แรก แต่ถ้า รัฐมนตรีว่าการ สธ.จะดำเนินการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ต้องแก้เฉพาะในประเด็นที่เป็นไปตามคำสั่ง มาตรา 44 ที่ 37/2559 และให้เพิ่มอำนาจหน้าที่ให้ สปสช.สามารถจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ตามที่ได้ดำเนินการมาด้วยดีตลอด 10 กว่าปีมานี้ได้เท่านั้น ส่วนประเด็นอื่นที่คณะกรรมการแก้ฯ เพิ่มเข้ามา กลุ่มคนรักหลักประกันฯ ขอคัดค้าน ไม่ให้แก้จนกว่าจะจัดทำการศึกษาและมีข้อมูลวิชาการมาประกอบการพิจารณาก่อน รวมทั้งต้องดำเนินการจัดกระบวนการแก้ไข(ร่าง) พ.ร.บ.ฉบับใหม่ให้สอดคล้องและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77

Advertisement

ด้านนายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายบัตรทองครั้งนี้ มีกระบวนการแก้ไขที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ขัดกับหลักการตามมาตรา 77 ภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่ระบุชัดเจนว่า การยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายต้องมีการรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้อง และต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รัฐบาลจึงไม่ควรที่จะดำเนินการพิจารณากฎหมายที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดรัฐธรรมนูญ การแก้ไขกฎหมายบัตรทองครั้งนี้ เป็นที่สนใจและสร้างความไม่มั่นใจให้กับประชาชน และกลุ่มเครือข่ายประชาชนอย่างกว้างขวาง เกินกว่าการจับตามองของกลุ่มคนรักหลักประกันฯ ไปแล้ว และได้สร้างกระแสความไม่เห็นด้วย และความกังวลต่อการแก้ไขกฎหมายบัตรทองที่ประชาชนมองว่าเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่จะเป็นหลักประกันในการมีชีวิต ซึ่งทางกลุ่มคนรักหลักประกันฯ มองว่าหากดึงดันแก้ไขโดยไม่ฟังเสียงประชาชนเลยแบบนี้ ประชาชนที่ติดตามเหล่านี้คงลุกขึ้นมาคัดค้านทั่วประเทศอย่างแน่นอน