เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีศาลแคลิฟอร์เนียประเทศสหรัฐอเมริกามีคำสั่งให้ส่งตัวนายวิรพล สุขผล หรือเณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์ กระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า ภายในสัปดาห์นี้จะทราบความเเน่นอนว่าคดีส่งผู้ร้ายข้ามเเดนของนายวิรพลจะสิ้นสุดหรือไม่ จะจัดการเเถลงข่าวให้ทราบผ่านทางโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป ขณะนี้พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศที่ส่งไปก็กำลังมีการประสานงานเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่สหรัฐอย่างใกล้ชิด เเละทำงานอย่างเต็มที่ส่วนรายละเอียดว่าคดีจะสิ้นสุดในวันไหนนั้น รายละเอียดตรงนี้ขอให้รอก่อน เนื่องจากเวลาในเเต่ละประเทศยังไม่ตรงกันเเถลงไปก่อนอาจสับสนเเละผิดพลาดได้ เเต่ยืนยันว่าภายในสัปดาห์นี้มีความชัดเจนเเน่นอน
ด้านเเหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวว่าก่อนหน้านี้อัยการสำนักงานคดีพิเศษได้เคยตั้งคณะทำงานในคดีนี้ประกอบด้วยอัยการในคดีพิเศษหลายกองขึ้นมาพิจารณาสำนวนของดีเอสไอ ซึ่งก่อนหน้านี้คณะทำงานพิจารณาคดีนี้ได้มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาตามที่ดีเอสไอเห็นสมควรฟ้องทุกข้อกล่าวว่าจนเป็นเหตุการขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดน
โดยคณะทำงานคดีพิเศษดังกล่าวกำลังเตรียมร่างฟ้องคดี เเละหากได้ตัวนายวิรพลเเละเสร็จขั้นตอนของกรมสอบสวนคดีพิเศษก็จะสามารถส่งตัวฟ้องต่อศาลได้ทันที โดยขณะนี้ทราบมาว่าระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์คดีของนายวิรพลจะสิ้นสุดลงในเย็นวันที่ 18 กรกฎาคมตามเวลาของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะตรงกับช่วงเช้าวันพุธที่19กรกฎาคมของประเทศไทย ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับรายงานว่านายวิระพลยื่นอุทธรณ์มา เเต่ก็ยังเหลือระยะเวลาที่สามารถกระทำได้อยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนายวิรพล สุขพล นั้น เมื่อวันที่ 6กันยายน 2556 พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นำสำนวนพยานหลักฐาน216 หน้า พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายวิรพล รวม4 ข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่ออนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม , กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพาไปเพื่อการอนาจาร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 279, 283 ทวิ วรรค 2 และ317 เเละข้อหาฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เเละความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันเเละปราบปรามการฟอกเงิน โดยข้อศาลอาญาได้ออกหมายจับในปี 2556
และนอกจากคดีอาญาที่ถูกกล่าวหาแล้ว นายวิรพล อดีตพระเณรคำ ยังถูกยื่นฟ้องคดีแพ่ง โดยอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งทรัพย์สินหลายรายการของนายวิรพล และพวกที่มีชื่อในทรัพย์สินรวม 8 คน มูลค่ากว่า 40 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดินด้วย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบพยานในศาลแพ่งอยู่

