เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บก.สส.บช.น.) ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว ผกก.สส.บก.น.6 และนายบัญญัติ ฉายอรุณ ผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายภิราเดช ปาละสุวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ชุดเหยี่ยวดง กรมประมง และผศ.ดร.ภก.ไกรสร ชัยโรจน์กาญจนา สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ค้าสัตว์ป่า สัตว์สงวน แก่ผู้ทำบุญตามวัด หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเข้าตรวจสอบ 5 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 10 ราย พร้อมนกกระจาบ 70 ตัว นกกระติ๊ดขี้หมู 151 ตัว นกกระติ๊ดหัวแดง 2 ตัว เต่านา 79 ตัว เต่าดำ 4 ตัว เต่าบึงหัวเหลือง 10 ตัว และเต่าหับ 1 ตัว

โดยจุดที่ 1 บริเวณวัดสร้อยทอง แขวงและเขตบางซื่อ จับกุม นายรุ่งโรจน์ ทัศน์บุตร อายุ 47 ปี พร้อมนกกระจาบ 40 ตัว นางจันทรัตน์ พูลสวัสดิ์ อายุ 62 ปี พร้อมนกกระจาบ30 ตัว เต่านา 8 ตัว และเต่าดำ 1 ตัว นายสุรางค์ วาชานนท์ อายุ 64 ปี พร้อม เต่านา 14 ตัว เต่าดำ 2 ตัว และเต่าบึงหัวเหลือง 1 ตัว นางผุสดี ชัยพิพัฒน์ อายุ 72 ปี พร้อมเต่านา 7 ตัว และเต่าบึงหัวเหลือง1 ตัว จุดที่ 2 ที่วัดอินทรวิหาร แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร จับกุมนายไพโรจน์ มิ่งขวัญ อายุ 54 ปี พร้อมนกกระติ๊ดขี้หมู 63 ตัว จุดที่ 3 บริเวณวัดพระยาสุเรนทร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา จับกุมนางอัจฉรา สิงหเสนี อายุ 56 ปี พร้อมเต่านา 8 ตัว เต่าหับ 1 ตัว และเต่าบึงหัวเหลือง 3 ตัว
จุดที่ 4 ตลาดอ่อนนุช แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา จับกุมนายธาตรี อยู่อาจินต์ อายุ 44 ปี พร้อมเต่านา 21 ตัว เต่าดำ 1 ตัว และเต่าบึงหัวเหลือง 2 ตัว นางสมลักษณ์ ผ่องจำปา อายุ 60ปี พร้อมเต่านา 13 ตัว และเต่าบึงหัวเหลือง 1 ตัว นางสาวรัตนมณี เขียวสาคู อายุ 43 ปี พร้อมเต่านา 8 ตัว และเต่าบึงหัวเหลือง 2 ตัว จุดที่ 5 ที่ศาลพระพรหม แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จับกุมนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมนกกระติ๊ดขี้หมู 88 ตัว และนกกระติ๊ดหัวแดง2 ตัว
พล.ต.ต.สุธีร์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดป้องกันปราบปรามและจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จึงกำชับให้ทุกหน่วยจับกุมผู้ต้องหาโดยใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาด อย่างไรก็ตามการทำบุญด้วยการปล่อยนก เต่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เนื่องจากสัตว์เหล่านี้ไม่สามารถดำรงชีวิตในเมือง ในกรงขังได้ ควรจะอยู่ตามธรรมชาติ และหากมีการปล่อยไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม สัตว์เหล่านั้นไม่อาจมีชีวิตรอดได้ และลูกของสัตว์เหล่านี้ที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติจะตายไปด้วย
พล.ต.ต.สุธีร์ กล่าวต่อว่า สัตว์ที่กล่าวมาถูกจับส่งมาจากในธรรมชาติและกลุ่มผู้ต้องหานำมาเสนอขายให้กับประชาชนที่มาทำบุญตามวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หากประชาชนซื้อและปล่อยสัตว์เหล่านี้ จะเป็นการสนับสนุนให้เกิดการจับสัตว์จากป่ามาขายเป็นอาชีพ การครอบครองและการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาค้าและมีไว้ในครอบครอง ซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำส่ง พนักงานสอบสวน บก.ปทส. ดำเนินคดีต่อไป

