‘รพ.เสาไห้เฉลิมพระเกียรติฯ’ ดูแลชุมชนมากกว่าโรงพยาบาล

22.07.17 | 15:48 น.

“โรงพยาบาลที่เป็นมากกว่าโรงพยาบาล” นับเป็นหลักการสำคัญของโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ทั้ง 10 แห่งที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เป็นโรงพยาบาลที่บริหารด้วยการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยังสร้างโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลคุณธรรม ไม่เพียงให้บริการประชาชน แต่ยังอยู่ร่วมกับชุมชน ให้ชุมชนมีส่วนร่วมกับโรงพยาบาล เปรียบเสมือนเป็นเจ้าของร่วมกัน

ล่าสุด นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นำสื่อมวลชนลงพื้นที่โรงพยาบาลเสาไห้เฉลิมพระเกียรติฯ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 10 โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติฯ ที่เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง ที่เป็นต้นแบบด้านแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกระดับเขตสุขภาพที่ได้รับรางวัลโรงพยาบาลคุณธรรม ประจำปี 2560 โดยมี นพ.สุวัฒน์ ธนกรนุวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสาไห้เฉลิมพระเกียรติฯ ให้การต้อนรับ

สำหรับรพ.เสาไห้เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นรพ.ของชุมชนโดยแท้ ตั้งแต่เริ่มแรก คุณยายสาลี่ เพิ่มชาติ บริจาคที่ดินจำนวน 9 ไร่เศษ เพื่อใช้ก่อสร้างโรงพยาบาลชุมชนขนาด 10 เตียงด้วยงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขเปิดให้บริการเมื่อปี 2536 กระทั่งปัจจุบันรพ.มีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกปี

ชุมชนจึงร่วมกันทอดผ้าป่าเพื่อสมทบทุนในการปรับปรุงอาคารต่างๆที่คับแคบไม่เพียงพอในการให้บริการและปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และสะดวกสบายแก่ผู้มารับบริการ ซึ่งปัจจุบันมีผู้มาใช้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 400-500 รายต่อวัน จึงได้ยกฐานะเป็นโรงพยาบาลชุมชน(รพช.) ขนาด 30 เตียง ต่อมามีผู้บริจาคช่วยเหลือเพิ่มขึ้นในการสนับสนุนงบประมาณสร้างอาคารผู้ป่วยใน ร่วมสมทบทุนจัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ และพัฒนารพ.อย่างต่อเนื่องเรื่อยมา โดยเฉพาะการพัฒนาการบริการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ที่ควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบัน

นพ.สุวัฒน์ เล่าว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเสด็จเปิดป้ายรพ.เสาไห้ฯ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2554 เป็นรพ. 30 เตียง เป็นรพ.ต้นแบบด้านแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกระดับเขตที่ได้รับรางวัลรพ.คุณธรรม ประจำปี 2560 เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ป่วยส่วนใหญ่มาใช้บริการด้วยโรคปวดกล้ามเนื้อเป็นอันดับ 1 มีการใช้ยาลดอาการปวดจำนวนมาก จนส่งผลให้เกิดโรคกระเพาะซึ่งมีผลจากการใช้ยาแก้ปวด รวมทั้งผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นโรคที่ป้องกันได้ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ดังนั้น รพ.จึงนำระบบบริการการแพทย์แบบผสมผสานระหว่างแพทย์แผน

Advertisement

ปัจจุบันและแพทย์แผนไทยมาให้บริการ ซึ่งประชาชนได้รับบริการ 4 มิติ คือ การสง่เสริมคุณภาพ ป้องกัน รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งในส่วนของการฟื้นฟูนั้น เมื่อปี 2546 ยังได้รับการบริจาคเงินก่อสร้างอาคารฟื้นฟูสุขภาพกว่า 15 ล้านบาทจากผู้มีจิตศรัทธาอีกด้วย

 

รพ.จึงเป็นเหมือนรพ.ของประชาชนทุกคนที่ร่วมกันสร้างร่วมกันเดินไปข้างหน้า โดยยึดหลัก 5 ด้านเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็น Smart Hospital คือ 1.เป็นรพ.ชุมชนอย่างแท้จริง โดยจัดระบบให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เป็นเจ้าของ ร่วมบริหารจัดการ ร่วมดูแลรับผิดชอบและสนับสนุนกิจการต่างๆของรพ. 2.รพ.เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่ทำงานเชื่อมโยงสอดประสานกับองค์กรอื่นๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนเพื่อร่วมกันพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวม ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3.ระบบบริการของรพ.เน้นงานเวชศาสตร์ครอบครัว การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันควบคุมโรค การรักษา และการฟื้นฟูสภาพแบบองค์รวม 4.ส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งในและนออกรพ.เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมทำงานกับบุคลากรสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และ 5.มีการบริหารจัดการที่ดี ภูมิสถาปัตย์สวยงามเป็นระเบียบ สิ่งแวดล้อมดี เป็นต้น

“รพ.ที่เป็นมากกว่ารพ.นั้น ในส่วนของรพ.เสาไห้ฯ บุคลากรและเจ้าหน้าที่ทำงานด้วยใจ เพราะหากทำงานด้วยหน้าที่ก็จะจบกันไป แต่หากทำด้วยใจ ด้วยความรักก็จะทำให้ดูแลประชาชนดุจพี่น้อง” นพ.สุวัฒน์ กล่าว

ภายในรพ.ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อย่างช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ก็จะมีการทำบุญตักบาตรร่วมกัน หรือแม้แต่กิจกรรมการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ เป็นต้น รวมทั้งยังมีโซนแพทย์แผนไทย ทั้งการนวดผ่อนคลาย หรือแม้แต่อบสมุนไพรหลังคลอด รวมทั้งยังจัดโซนสำหรับการดูแลพระสงฆ์อาพาธ ที่ต้องนอนพักในรพ. ซึ่งได้รับการบริจาคจากประชาชนในการจัดสร้างทั้งหมด 7 ห้อง

 

อย่างไรก็ตาม รพ.เสาไห้ฯ ยังมีแผนขยายการบริการ เนื่องจากปัจจุบันผู้ป่วยนอกมีประมาณ 400-500คนต่อวัน ผู้ป่วยในเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่พื้นที่ภายในรพ.มีเพียง 15 ไร่ อาคารต่างๆมีการใช้งานทั้งหมดแล้ว ดังนั้น จึงมีแผนการพัฒนาภายในรพ. โดยขยายพื้นที่ แต่เป็นในลักษณะขึ้นที่สูง เนื่องจากจำกัดด้วยพื้นที่ส่วนล่างที่เต็มไปด้วยอาคารต่างๆ โดยมีแผนว่าจะสร้างอาคาร 9 ชั้นให้เป็นอาคารผู้ป่วย โดยเฉพาะการดูแลในระดับไพรมารีแคร์ ส่งเสริมสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งยังคงเป็นแผนทศวรรษที่ 2 ของการพัฒนารพ.เส้าไห้ฯ เพื่อแก้ปัญหาความแออัดในรพ.

ทั้งหมดนำไปสู่การพัฒนาให้รพ.เสาไห้เป็น Smart Hospital ภายในปี 2569 เป็นรพ.ที่ให้บริการด้วยใจเพื่อประชาชน และประชาชนมีส่วนร่วม