เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ร.ต.ท.ธนากร ยอดแก้ว รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถตู้กู้ชีพมูลนิธิร่วมกตัญญู เหตุเกิดบริเวณลาดพร้าวซอย 101 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กทม. ใกล้ป้อมตำรวจ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ที่เกิดเหตุพบรถตู้กู้ชีพยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฮล 9714 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่เลนซ้ายสุดได้รับความเสียหายกระจกฝั่งประตูเลื่อนแตก กระจกหลังร้าว ด้านข้างรถมีรูกระสุน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ พฐ.จึงทำการเก็บหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
นายอัครเดช ทวิสุวรรณ อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูกล่าวว่าก่อนเกิดเหตุเวลา 03.00 น. ตนได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตลาดพร้าวถูกเครื่องปั๊มน้ำทับภายในซอยลาดพร้าว 101 ทีมกู้ภัยฯ ประจำจุดจึงได้รีบเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงปรากฏว่าไม่มีเหตุตามที่แจ้ง จึงกลับรถขณะนั้นเกิดเสียงปืนดังขึ้นไม่ไกลและมีกระสุนพุ่งเข้ามาภายในรถประมาณ 4 นัด คิดว่าคนร้ายน่าจะใช้อาวุธปืนลูกโม่ ไม่ทราบขนาดยิงเข้าใส่รถ จากนั้นจึงหยุดรถลงไปตรวจสอบ เห็นผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ชาย 2 คนกำลังวิ่งหนีไป จึงได้วิ่งไล่ติดตามแต่ไม่ทัน ก่อนโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สน.ลาดพร้าว แต่ตำรวจกลับบอกว่าให้มาแจ้งความที่ สน. เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ตนไม่ยอม ท้ายที่สุดจึงมีตำรวจและพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบเหตุช่วงเวลา 05.30 น. อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่เพราะมีความชำนาญทางหลบหนีเป็นอย่างดี
“พอจะเดาได้ว่าคนร้ายเป็นใคร เพราะเพิ่งมีเรื่องกันมาไม่นานนี้ เขาเป็นอาสาสมัครกู้ภัยแห่งหนึ่ง เคยเข้ามาวิ่งงานในพื้นที่ของผม ซึ่งผมรับผิดชอบโซนลาดพร้าว โชคชัย วังทองหลาง แต่เขาข้ามเขตมาวิ่งโซนผม ทั้งๆ ที่การทำงานของกู้ภัยฯก็มีการแบ่งโซนกันชัดเจนอยู่แล้ว” นายอัครเดชกล่าว
ด้าน พ.ต.ต.ไอยรา อากาศวิภาต สว.สส.สน.ลาดพร้าว กล่าวว่า พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว ได้เร่งรัดให้ทำการสืบสวนคดีนี้โดยเร็ว โดยมอบหมายให้ร้อยเวรเจ้าของคดีสอบปากคำพยานทันที และให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เก็บข้อมูลตรวจสอบกล้องวงจรปิด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ากลุ่มมูลนิธิของผู้เสียหายเคยมีเรื่องกับกลุ่มมูลนิธิอื่นในพื้นที่ สน.โชคชัย แต่ในแนวทางการสืบสวนยังไม่สามารถระบุกลุ่มได้อย่างชัดเจน ต้องทำการสืบสวนสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มมูลนิธิดังกล่าวหรือไม่ต่อไป

