สตม.รวบ 44 จีน -ไต้หวัน ตั้งฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นข้ามชาติ อุบายเดิมๆลวงผู้สูงอายุโอนเงิน

23.07.17 | 16:20 น.

เมื่อเวลา14.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าว สตม.จับมือเจ้าหน้าที่ของจีน ทลายเครือข่ายแก๊ง Call Center ข้ามชาติ ที่มีสมาชิกกว่าร้อยคน

พล.ต.ท.ณัฐธร เผยว่า กลุ่มนี้มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์ข้ามประเทศหลอกลวงผู้เสียหายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรศัพท์หลอกเหยื่อว่าพัวพันกับอาชญกรรมร้ายเเรง กำลังจะถูกอายัดบัญชี พร้อมหลอกให้เหยื่อติดต่อไปยังบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. ป.ป.ส. เเละตำรวจ หลอกให้เหยื่อไปทำธุรกรรมที่ตู้เอทีเอ็ม มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อในหลายประเทศนับพันคน มูลค่าความเสียหายกว่าร้อยล้านบาท

“จากการเเกะข้อมูลขบวนการดังกล่าวทราบว่า ขบวนการดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเเละเช่าบ้านในหลายพื้นที่ในเขต กรุงเทพฯปริมณฑลเเละพัทยา จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดขอหมายจับ สามารถจับกุมสมาชิกร่วมขบวนการได้44คน ชาวจีน 19คน ไต้หวัน 25คน ที่เดินทางเข้าประเทศมาในวีซ่านักท่องเที่ยว เเละจากการตรวจค้นที่พักบุคคลในขบวนการพบมีการจัดโต๊ะเป็นเคาเตอร์ลักษณะเดียวกับศูนย์คอลเซ็นเตอร์ของบริษัทต่างๆ โดยมีสคริปพูดสำหรับลวงผู้เสียหาย โดยพบของกลางเป็นรถยนต์ 1คัน โทรศัพท์มือถือ 100 กว่าเครื่อง บัตรเอทีเอ็ม19ใบ ซิมการ์ด23ชิ้น เครื่องขยายสัญญาณโทรศัพท์ จึงได้นำตัวคนต่างชาติมายัง สตม.เพื่อสอบถามขยายผล โดยเบื้องต้น สตม.ได้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯมาตรา12 อนุ7ฐานภัยสังคม เเละจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่าชาวต่างชาติที่จับกุมได้นั้นเข้าข่ายยกระทำความผิดกฎหมายในข้อหาใดบ้าง หากพบพฤติการณ์ว่าใครทำผิดกฎหมายข้อใดก็จะ ดำเนินการทางคดีในประเทศไทยให้เสร็จสิ้นก่อนส่งกลับประเทศ เเต่หากพบว่าไม่ตรงกับความผิดในประเทศก็จะมีการประสานทางประเทศต้นทางเพื่อกลับไปดำเนินคดีในประเทศบุคคลนั้น โดยเราก็จะทำการสอบสวนว่ามีคนไทยร่วมขบวนการหรือให้ความช่วยเหลือด้วยหรือไม่ ซึ่งเราคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า5คนถ้ามีการสอบสวนขยายผลก็จะจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย” ผบช.สตม.กล่าว

พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวต่อว่าขบวนการดังกล่าวมีเครือข่ายเชื่อมโยงกว่า 6ประเทศ โดยจะมีการตั้งฐานในประเทศหนึ่ง เเล้วโทรไปลวงเหยื่ออีกประเทศหนึ่ง เเละก็โอนเงินที่ได้จากการลวงเหยื่อมาไปอีกประเทศเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยผู้ตกเป็นเหยื่อมักเป็นผู้สูงอายุ ข้าราชการบำนาญ ที่มีเงินฝากในธนาคารจำนวนมากเเละอยู่บ้านลำพัง

Advertisement