ศิริราช-วท.ต่อยอดการแพทย์ วิจัย’ซินโครตรอน’เพื่อรักษา

24.07.17 | 15:59 น.

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เป็นประธานและสักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ความร่วมมือวิจัยพัฒนาทางด้านการแพทย์ด้วยการนำเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนมาพัฒนางานวิจัยและยกระดับวงการแพทย์ไทย ระหว่าง ศ.น.ท.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

นางอรรชกา แถลงว่า การลงนามเอ็มโอยูนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือ โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลสามารถนำเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนและเครื่องมือของ วท.ไปใช้ในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมา มีการนำแสงซินโครตรอนไปใช้วิเคราะห์โรคนิ่ว อย่างไรก็ตาม สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนไม่เพียงแต่นำเทคโนโลยีมาใช้ด้านการแพทย์เท่านั้น แต่หมายรวมถึงการนำไปใช้ในหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานต่างๆ อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมโลหะและอัญมณี เป็นต้น

ศ.น.ท.สราวุฒิ แถลงว่า เทคโนโลยีของแสงสามารถนำมาประยุกต์เข้ากับทั้งด้านการแพทย์และเภสัชศาสตร์ได้อย่างกว้างขวาง ได้แก่ การค้นหาแนวทางการรักษาโรค โดยเฉพาะแนวทางใหม่ที่มีประสิทธิผลสูง และการพัฒนายาตัวใหม่ที่สามารถรักษาโรคจนเกิดผลดี ตลอดจนการพัฒนาเครื่องมือที่จะใช้ตรวจวินิจฉัย เพื่อให้บุคลาการทางการแพทย์สามารถใช้เครื่องมือได้อย่างสะดวก

ด้าน ศ.นพ.ประสิทธิ์ แถลงว่า สำหรับการนำแสงซินโครตรอนไปใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1.แสงซินโคตรอนสามารถทำให้มองเห็นในสิ่งที่มองไม่เห็นในเทคโนโลยีอื่นๆ ดังนั้น หากสามารถวิเคราะห์ไปยังจุลชีพไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรีย จะสามารถบอกได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้จุลชีพดำรงชีวิตอยู่และกระจายตัวได้ หลังจากนั้นจะสามารถหาแนวทางเพื่อมาสกัดกั้นจุลชีพดังกล่าว เช่น นิ่วที่ใช้แสงซินโครตรอนมาวิเคราะห์ทำให้รู้องค์ประกอบและแนวทางการรักษา 2.นำไปพัฒนายา โดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคมะเร็ง หากรู้ว่าตัวเซลล์มะเร็งเติบโตอย่างไรและสามารถกีดขวางโปรตีนที่ทำให้เซลล์แบ่งตัวได้ ก็พัฒนายาที่เฉพาะเจาะจงกับมะเร็งได้ ท้ายสุดโอกาสที่จะใช้เงินผลิตยาจะตรงจุดได้อย่างรวดเร็ว

“ถือเป็นครั้งแรกในวงการแพทย์ไทยที่นำเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนขั้นสูงมาใช้ ทั้งนี้ สิ่งที่คณะแพทยศาสตร์เล็งที่นำแสงซินโครตรอนมาประยุกต์ใช้เป็นอันดับแรก คือ การค้นหาโปรตีนและโครงสร้างของโปรตีนสามมิติ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรค รวมถึงการพัฒนายาต่อต้านโรค ขณะนี้ภาควิชาชีวเคมีอยู่หว่างดำเนินการ” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวและว่า ในอนาคตจะร่วมทำวิจัยกับสถาบันแสงซินโครตรอน 4 งานวิจัย ได้แก่ 1.อาหารและยา 2.การพัฒนาระบบของไหลจุลภาคสำหรับโรคติดเชื้อ 3.ผลึกศาสตร์ของโปรตีนก่อโรคและแอนติบอดี้จำเพาะ และ 4.วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์

Advertisement