เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีเด็กชายวัย 15 ปี ปวดท้องรุนแรงและส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี แต่เกิดประเด็นร้องผ่านสังคมออนไลน์ว่า กลับต้องรอนานทั้งๆที่ปวดท้องมาก จนกระทั่งเด็กชายเสียชีวิตในที่สุด ว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวเด็กชายที่เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากและโรคที่เป็นนั้น ไม่ได้พบเห็นบ่อยๆบางครั้งในชีวิตของแพทย์บางคนอาจไม่พบเลยก็ได้ จึงไม่อยากให้ประชาชนมองเป็นตัวอย่างว่าหากรอนานจะมีผลเสีย อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันว่าระบบทางการแพทย์ให้การบริการอย่างเต็มที่ โดยสิ่งที่สำคัญคือกระบวนการคัดกรอง ซึ่ง สธ.ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ โดยเมื่อไปถึงสถานบริการก่อนที่จะมีการตรวจก็จะมีการวัดความดัน ตรวจชีพจร หากพบความผิดปกติ ก็จะมีการคัดกรองว่ามีความเร่งด่วนมากน้อยเพียงใด
นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า จากกรณีที่เกิดขึ้น สธ.พร้อมที่จะปรับปรุงให้ระบบการรอดีขึ้น ซึ่งทุกโรงพยาบาลกำลังหาทางแก้ไขทั้งเรื่องการเข้าพบแพทย์และได้รับการตรวจที่เร็วที่สุด โดยขณะนี้มีการพัฒนาหลายรูปแบบ ทั้งมีความพยายามที่จะกระจายระบบการตรวจไม่ให้มากระจุกที่โรงพยาบาลจังหวัดหรือโรงพยาบาลศูนย์อย่างเดียว ภายใต้นโยบายของรัฐบาลได้มีการตั้งคลินิกหมอครอบครัว โดยตั้งเป้าว่าภายใน 10 ปี จะมีคลินิกหมอครอบครัวรอบโรงพยาบาลขนาดใหญ่สามารถดูแลคัดกรองได้อย่างรวดเร็ว หากมีปัญหาต้องส่งต่อไปโรงพยาบาลใหญ่ก็สามารถส่งได้โดยตรง นอกจากนี้ในส่วนของระบบนัดหมายก็จะใช้เทคโนโลยีที่ทำให้มีความรวดเร็วมากขึ้นเช่นเดียวกับระบบจ่ายยา ซึ่งตนเชื่อว่าโรงพยาบาลทุกสังกัด พยายามที่จะทำให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ดีที่สุดดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนมั่นใจในระบบบริการของ สธ.
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ในฐานะโฆษก สธ.กล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตทราบว่าเกิดจากเส้นเลือดใหญ่แตก ซึ่งถือเป็นกรณีที่พบได้น้อยและวินิจฉัยได้ยาก ทั้งยังเกิดขึ้นในเด็กที่พบได้น้อยมากประมาณ 3-5คนต่อประชากรล้านคน และส่วนมากพบในผู้สูงอายุที่มีความดันโลหิตสูงมาก่อน เป็นกลุ่มไขมันพอกเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดเปราะบาง เป็นต้น อย่างไรก็ตามโรคนี้ต้องใช้เครื่องมือที่พิเศษหรือเครื่องสแกนคอมพิวเตอร์ที่จะทำให้เห็นแบบสามมิติ ไม่สามารถตรวจได้ด้วยวิธีปกติได้ อย่างไรก็ตาม สธ.มีความเป็นห่วงและเห็นถึงความสำคัญในการตรวจวินิจฉัยให้รวดเร็วขึ้น โดยจะมีการกำชับเป็นพิเศษ

