เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ และพ.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบก.สปพ. ร่วมกันจับกุม นาย ชิ เชียง นาน อายุ 51 ปี สัญชาติจีนไต้หวัน หัวหน้าแก๊ง นาย หลิว ซิน เห่วย อายุ 18 ปี นายอีสเมน ออง ไค เซียง อายุ27 ปี น.ส.ฮอง ชอย ยี อายุ 37 ปี น.ส.เตีย ไอ เชีย อายุ 36 ปี นายวอง ชิน ฟอง อายุ 33 ปี นายยอง ไค ลอง อายุ 38 ปี นายลี ชี เสง อายุ 29 ปี และนายวุน เต๊ก เคียน อายุ 27 ปี พร้อมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 7 เครื่อง เราท์เตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง 7 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 35 เครื่อง ลำโพงพร้อมเสียง โดยอุปกรณ์ดังกล่าวใช้สำหรับสร้างบรรยากาศให้คล้ายสถานที่ติดต่อราชการ เอกสารข้อมูลธนาคาร หน่วยงานราชการ คีย์บอร์ด และไมโครโฟน 7 ชุด และสคริปต์บทสนทนา สำหรับใช้หลอกลวงผู้เสียหาย 7 ชุด โดยจับกุมได้ที่บริเวณคอนโดมิเนียมหรู ย่านสุขุมวิทซอย 8

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า แก๊งคอลเซนเตอร์เช่าคอนโดมิเนียมหรูย่านซอยสุขุมวิท8 มีลักษณะปิด นำซิลิโคนและเทปกาวมาติดขอบประตูเพื่อกันเสียง นอกจากนี้ยังมีกล้องวงจรปิดเพื่อดูผู้เข้าออก ทั้งนี้มีเหยื่อหลงเชื่อจำนวนมากส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซีย จะโทรศัพท์แจ้งข้อมูลล่อลวงให้ชาวมาเลเซียหลงเชื่อเพื่อโอนเงินให้กับกลุ่มผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า3เดือนจึงขอหมายศาลและเข้าตรวจค้นจนสามารถจับกุมพร้อมของกลางได้ในที่สุด

พ.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมดังกล่าว จากการเฝ้าติดตามสังเกตการณ์นานกว่า3เดือน พบว่าห้องดังกล่าวทำประตูถึง2ชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ และมีการผลัดเปลี่ยนกันเข้าทำงาน มีหน้าที่ใช้สายโทรศัพท์ออนไลน์ ผ่านอินเตอร์เน็ตต่อผ่านเราท์เตอร์เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยซิมการ์ด โทรศัพท์ออนไลน์ข้ามประเทศไปหาชาวต่างชาติ โดยบุคคลที่เป็นเหยื่อส่วนใหญ่อาศัยอยู่ประเทศมาเลเซีย ข่มขู่และสมอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของราชการประเทศนั้นๆ แจ้งให้เหยื่อทราบว่ามีความเกี่ยวพันกับคดีอาญา ยาเสพติด คดีการฟอกเงิน เพื่อกรรโชกเอาข้อมูลส่วนบุคคล จากนั้นจะหลอกให้เหยื่อไปโอนเงินเพื่อชำระเงินค่าธรรมเนียม หรือค่าเสียหายหรือภาษีที่เกิดขึ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากคดีความ
พ.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า นาย ชิ เชียง นาน เป็นหัวหน้าทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของทีมงานแต่ละโต๊ะ ขณะที่ลูกทีมใช้ไมโครโฟนพูดกับเหยื่อเพื่อพูดล่อลวงยังมีการเปิดเสียงสร้างบรรยากาศการทำงาน หลอกลวงคล้ายออฟฟิศของทางราชการ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นหน่วยงานราชการจริง มีการโอนสายไปมาสมอ้างกันเป็นองค์กร แยกเป็นแผนกต่างๆมีหน้าที่แตกต่างกันในการข่มขู่กรรโชก และหลอกลวงเอาข้อมูล หรือการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีที่เตรียมไว้ผ่านทางการทำธุรกรรมหน้าตู้เอทีเอ็ม หรือวิธีการคล้ายกันที่ตู้ฝากเงินสด ในลักษณะแก๊งคอลเซนเตอร์ หรือการหลอกลวงแบบ ATM Game ทั้งหมดมีรายได้ประมาณเดือนละ 20,000,000 บาท โดยมี น.ส.ฮอง ชอย ยี เป็นผู้เช่าห้องคอนโดมิเนียมดังกล่าว ราคาเดือนละ 75,000 บาท ทำสัญญาเช่า 1 ปี โดยเหตุที่เลือกเช่าคอนโดมิเนียมหรูราคาแพงเนื่องจากส่วนมาก นิติบุคคล คอนโดมิเนียมหรูราคาแพง มักจะปกป้องไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบง่ายๆ นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงสภาพ ห้องให้เข้าถึงยาก ติดแผ่นซับเสียง ติดฟิล์มมืด ติดกล้องวงจรปิด เพื่อดูว่าผู้ใดจะเข้ามาในห้อง เพื่อเลี่ยงการถูกตรวจค้นจับกุมจากเจ้าหน้าที่ด้วย อย่างไรก็ตามได้ประสานงานกับทาง สตม.ขึ้นบัญชีดำ เพิกถอนวีซ่า และ ประสานงานสถานทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ให้ตรวจสอบข้อมูลผู้เสียหาย และรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งหมด

