เมื่อวันที่24 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ต.หญิง ชลลดา เชี่ยวชาญ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(ปคม.)นำตัวนายธนัชภัค แดงจั่นเจริญ อายุ 37 ปี หรือเสี่ยรถเบนซ์ ผู้ต้องหากระทำอนาจารเด็ก มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลผัดแรกเป็นเวลา12วัน ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม – วันที่ 4 สิงหาคม เนื่องจากยังต้องสอบปากคำพยานอีก 6ปาก รอผลการตรวจร่างกายผู้เสียหาย รอผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา และอื่นๆ
จากกรณีนายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ผู้เสียหาย เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และประสานมาทางตำรวจ ปคม. ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กอายุต่ำกว่า18 ปี หมิ่นประมาทและผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯที่มีพฤติกรรมกะทำอนาจาร และมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับผู้เสียหาย โดยผู้ต้องหา เป็นคนมีฐานะ ขับรถเบนซ์เป็นประจำ และติดต่อกับผู้เสียหายทางไลน์ได้ประมาณ 1 เดือน ก่อนจะนัดหมายพาเข้าโรงแรมไปมีเพศสัมพันธ์ โดยให้เงินจำนวน 3,000 บาท จากนั้นซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังให้ และบังคับถ่ายคลิปขณะมีความสัมพันธ์กัน จนผู้เสียหายรับไม่ได้และพยายามจะตีตัวออกห่าง แต่ถูกผู้ต้องหาข่มขู่จะนำคลิปฉาวออกเผยแพร่ทางโซเชียล จนผู้เสียหายต้องยินยอมเรื่อยมา ก่อนเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ปอท. ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน ปคม. ดำเนินการขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีไปจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจเพื่ออนาจาร หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก จากนั้นช่วงสายจับกุมผู้ต้องหาที่บ้านพักย่านบางนา ก่อนนำตัวกลับมาสอบสวน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ท้ายคำร้องพนักงาสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมาญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้ว จึงอนุญาตให้ผู้ต้องหามีประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน3แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล รวมทั้งห้ามไปข่มขู่พยานหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาสั่งถอนประกัน
ด้านพ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รองผบก.ปคม. เปิดเผยว่า หลังจากจับกุมนายธนัชภัคมาสืบสวนสอบสวนแล้ว อ้างว่ารู้จักกับเด็กผู้เสียหายจริง ซื้อโทรศัพท์มือถือให้ และพาไปเที่ยวที่หรูๆ แต่ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในเรื่องกระทำอนาจารกับผู้เสียหาย ทั้งนี้ทางตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือเพื่อหาข้อมูลหลักฐานสำคัญ อย่างไรก็ตามทางปคม. จะขยายผลเรื่องที่มาของเงิน และกลุ่มผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ในระหว่างการสอบสวนขอยืนยันว่าผู้ต้องหาไม่ได้เปิดเผยตามที่มีกระแสข่าวว่าส่งเด็กผู้ชายอายุต่ำกว่า18ปีให้กับคนดังในวงการบันเทิงแน่นอน ขณะนี้ทาง ปคม. ขอความร่วมมือกับหน่วยงานปอท.เรื่องข้อมูลคลิปที่เผยแพร่ข้อมูลของผู้ต้องหาว่ามีหลักฐานที่เชื่อมโยงกับคดีหรือไม่

