‘อธิการบดีม.นวมินทรฯ’ แจง ‘เมียผู้ว่าฯกทม.’ เข้าอบรมตามหลักเกณฑ์ แนะ ‘ศรีสุวรรณ’ อ่านระเบียบให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการ

24.07.17 | 19:47 น.

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม รศ.อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เปิดเผยถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือร้องเรียนการจัดอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารงานพัฒนาเมือง (มหานคร) รุ่นที่ 5 ว่าผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) และเจ้าหน้าที่ จำนวน 16 ราย เข้าข่ายทุจริต แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ โดยมีชื่อ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. และนางวาสนา ขวัญเมือง ภริยา รวมอยู่ด้วย

รศ.อนันต์ ชี้แจงว่า วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้จัดอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารงานพัฒนาเมือง (มหานคร) รุ่นที่ 5 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันหรือองค์กรต่างๆ และภาคประชาสังคม เป็นผู้เข้ารับการอบรม การจัดอบรมดังกล่าวดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารงานพัฒนาเมือง (มหานคร) โดยในอดีตที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดอบรมไปแล้วทั้งหมด 4 รุ่น ส่วนการจัดอบรมรุ่นที่ 5 นี้ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 เรื่อง การพัฒนาบุคลากรภาครัฐโดยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมของหน่วยงานต่างๆ

รศ.อนันต์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม ผู้ประสงค์จะเข้ารับการอบรม ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1. ข้าราชการระดับอำนวยการสูงขึ้นไปหรือเทียบเท่า 2. นักวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ขึ้นไป หรือข้าราชการสายวิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป 3. ผู้บริหารระดับสูง เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่ดำรงตำแหน่งระดับอำนวยการสูงขึ้นไป หรือเทียบเท่าของรัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 4. ผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชน ทั้งนี้ผู้ประสงค์จะเข้ารับการอบรมต้องไม่อยู่ระหว่างการอบรมหลักสูตรอื่น กรณีบุคลากรภาครัฐหากเข้ารับการอบรมหลักสูตรอื่นมาแล้ว ต้องเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี เว้นแต่เป็นการอบรมที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ หรือเป็นการอบรมตามเงื่อนไขในการเข้าดำรงตำแหน่ง หรือผู้เข้ารับการอบรมเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด และไม่ต้องลาหรือไม่ใช้เวลาราชการในการอบรมหรือดูงาน และไม่เคยเข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารงานพัฒนาเมืองมาก่อน

โดยมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัคร เว้นแต่บุคคลที่ กทม.หรือวิทยาพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เห็นควรให้เข้ารับการอบรมเนื่องจากมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการพัฒนาเมือง หรือสามารถสนับสนุนงานของ กทม.ได้ ซึ่งเป็นกรณีที่ยกเว้นคุณสมบัติ ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะเข้ารับการอบรมมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ข้างต้น แต่ทางกรุงเทพมหานครหรือวิทยาลัยพัฒนามหานคร เห็นควรให้เข้ารับการอบรมเนื่องจากมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการพัฒนาเมือง หรือสามารถสนับสนุนงานของ กทม.ได้ โดยนางวาสนา ขวัญเมือง ภริยาของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.อยู่ในหลักเกณฑ์ของภาคเอกชนที่กทม.เห็นว่ามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการพัฒนาเมือง หรือสามารถสนับสนุนงานของกทม.ได้ แม้จะมีอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนดก็ตาม

“สำหรับรายละเอียดที่ผู้ร้องได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.นั้น ทางมหาวิทยาลัยต้องรอหนังสือรายละเอียดจาก ป.ป.ช.อีกครั้งเพื่อให้สามารถชี้แจงได้อย่างตรงประเด็นตามที่ผู้ร้องได้ร้องเรียน ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าคณะกรรมการบริหารหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารงานพัฒนาเมือง (มหานคร) ได้ดำเนินการตามมติ ครม.ที่เกี่ยวข้องและในส่วนของคุณสมบัติผู้เข้าอบรมได้มีข้อยกเว้นไว้แล้ว ซึ่งผู้เข้าอบรมจากภาคเอกชนต้องชำระค่าลงทะเบียนเป็นจำนวนเงิน 80,000 บาท โดยทางคุณวาสนา ขวัญเมือง ได้ชำระค่าลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมมีเอกสารยืนยัน นอกจากนี้ ขอยืนยันอีกว่า การอบรมครั้งนี้ไม่มีการเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศแต่อย่างใด ซึ่งผมไม่รู้ว่าคนที่ยื่นฟ้องได้อ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าอบรมครบถ้วนหรือไม่” รศ.อนันต์กล่าว

Advertisement