เมื่อวันที่ 25 ก.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. ที่ชุมชนป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บริหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และกลุ่มนักวิชาการ ได้นัดหมายประชุมหารือในประเด็นแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาชุมชนรวมถึงพื้นที่ป้อมมหากาฬ เพื่อนำเสนอต่อกรุงเทพมหานครในวันที่ 27 ก.ค.ที่จะถึงนี้ โดยมีชาวบ้านร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นด้วย
นายฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที กรรมการและเลขานุการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้นำเสนอเอกสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ของชุมชนป้อมมหากาฬ พร้อมด้วยการนำเสนอความคิดเห็นเรื่องการ “เปิดแฟ้มวัฒนธรมวิถีชีวิต” อย่างจริงจัง เพื่อนำไปสู่ความเสมอภาคทางสังคม โดยให้เกียรติชีวิต ความเป็นมาในระดับประชาชน ชุมชน ขยายมิติประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานครที่มีส่วนร่วมจากภาคประชาชน
“ชุมชนป้อมมหากาฬมีความพร้อมที่จะปรับตัวเป็นชุมชนตัวอย่าง ประกอบกับการให้ความร่วมมือของคนรุ่นใหม่ ทำให้เกิดนวัตกรรมในการฟื้นฟูเมืองได้ พื้นที่บริเวณนี้สามารถสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ในอนาคต กทม.ควรพิจารณาจัดตั้งโครงการสะท้อนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนมาเสริมหน่วยงานรัฐเพื่อช่วยสร้างแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนา โดยมองโครงการที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต พร้อมเป็นผลงานฉลองกรุงเทพมหานครครบ 250 ปี ในพ.ศ. 2575” นายฉัตรวิชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมยังมีการยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ ซึ่งทางภาครัฐได้ออกมายอมรับว่ารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เก็บรักษาหมู่บ้านประวัติศาสตร์ไว้เลย กระทั่งล่าสุด มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์มีการนำเสนอข้อมูลว่ากำลังจะมีการซื้อตึกโบราณที่เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย เพื่อใช้ในการเรียนการสอนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ในแง่มุมของการทำงานร่วมกันด้านมรดกสถาปัตยกรรมและการตั้งถิ่นฐาน เนื่องจากในสิงคโปร์ไม่มีพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่แล้ว
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ จากกลุ่มมหากาฬโมเดล ได้นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับการจัดการแหล่งเรียนรู้ รวมถึงการบริหารเศรษฐกิจและความยั่งยืน
นายธนภณ วัฒนกุล นักวิชาการจากสำนักบริการวิชาการ ม.ศิลปากร กล่าวว่า ตนอยากให้เพิ่มเติมประเด็นของทุนทางวัฒนธรรมชุมชน เพื่อให้เห็นบทบาท หน้าที่ โดยต้องรักษาคุณค่าในแบบใหม่ กล่าวคือ ต้องไม่ใช่แบบอนุรักษ์โดยไม่เพิ่มมูลค่า
“เวลาพูดเรื่องคุณค่าต้องเคลียร์เรื่องทุนทางวัฒนธรรมชุมชนซึ่งสามารถสร้างมูลค่าได้ การจัดการต้องประกอบด้วยเรื่องของอาคารสถานที่ รวมถึงเรื่องราว ดังนั้น ต้องมีคนเล่าเรื่อง แสดงว่าต้องมีคนอยู่อาศัยในชุมชน ดังนั้น จะบริหารจัดการอย่างไร” นายธนภณกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมยังกล่าวถึงประเด็นความเป็นไปได้ในการรับช่วงต่อด้านการบริหารจัดการโดยหน่วยงานต่างๆ อาทิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร , สมาคมสถาปนิกสยาม, สถาปันการศึกษาในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นต้น
ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันได้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าเยี่ยมชมชุมชนป้อมมหากาฬอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเรือนไม้โบราณ รวมถึงเรื่องราวการต่อสู้ของชุมชนเนื่องจากสังเกตเห็นป้ายภาพเหตุการณ์และข้อความในจุดต่างๆ จึงสอบถามมัคคุเทศก์ซึ่งได้อธิบายความหมายของป้ายและเรื่องราวในเบื้องต้นให้ฟัง
ชมคลิป นายธนภณ วัฒนกุล นักวิชาการจากสำนักบริการวิชาการ ม.ศิลปากร ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการชุมชนป้อมมหากาฬ



